Home
PS 110  สรุปการเมืองและการปกครองของไทย
ภาค 1 : ความนำทั่วไป
บทที่ 1 การเมืองการปกครอง รูปแบบ ลักษณะ และลัทธิ
     การเมือง (Politics) หมายถึง เรื่องเกี่ยวกับการแข่งขันเพื่อแสวงหาอำนาจ หรือเรื่องเกี่ยวกับการแสวงหาอำนาจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมทั้งสังคมหรือส่วนใหญ่ของสังคม

     การปกครอง (Government) หมายถึง เรื่องเกี่ยวกับการบริหารวางระเบียบกฎเกณฑ์สำหรับสังคม เพื่อให้สังคมมีความสงบสุข หรือเพื่อให้เกิดการบำบัดทุกข์บำรุงสุข

     การเมืองและการปกครองจะมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน เพราะการปกครองจำเป็นจะต้องอาศัยอำนาจคือการเมืองจึงจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จ ดังนั้นการศึกษาเรื่องการเมืองการปกครองจึงหมายถึง การศึกษาเกี่ยวกับองค์กรที่ใช้อำนาจและระเบียบกฎเกณฑ
์การบริหาร

     อำนาจอธิปไตย (Sovereignty) หมายถึง อำนาจเด็ดขาดและเต็มที่ที่จะบัญญัติ บังคับ และตัดสินกฎหมายสำหรับประชาชนภายในอาณาเขตของรัฐ เป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ โดยประเทศที่เป็นเอกราชจะต้องมีอธิปไตยเป็นของตนเอง คือ สามารถที่จะดำเนินกิจการภายในหรือภายนอกประเทศได้โดยอิสระ ไม่ถูกบังคับ ควบคุม หรือแทรกแซงโดยประเทศอื่น

     อำนาจอธิปไตยมี 3 ประการ คือ

1. อำนาจนิติบัญญัติ คือ อำนาจในการออกกฎหมาย

2. อำนาจบริหาร คือ อำนาจในการนำกฎหมายไปบังคับใช้

3. อำนาจตุลาการ คือ อำนาจในการตัดสินคดีตามตัวบทกฎหมาย

     รูปแบบการปกครอง

     เพลโต (Plato) และอริสโตเติล (Aristotle) ปรมาจารย์ทางทฤษฎีการเมืองชาวกรีก ได้แบ่งรูปแบบการปกครองโดยพิจารณาจากจำนวนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ดังนี้

      1. การปกครองโดยคน ๆ เดียว หรือ "เผด็จการ" หมายถึง ระบบการปกครองที่คน ๆ เดียวมีอำนาจอธิปไตยหรืออำนาจสูงสุดเหนือบุคคลทั้งหลายโดยเด็ดขาด ซึ่งประชาชนไม่สามารถควบคุมและถอดถอน ผู้ปกครองได้ โดยในระยะแรกมักมีรูปการปกครองเป็นแบบ "ราชาธิปไตย" (Monarchy) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อประชาชน แต่ต่อมามักจะแปรเปลี่ยนเป็น "ทุชนาธิปไตย" หรือ "ทรราช" (Tyranny) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อผู้ปกครอง

      2. การปกครองโดยคณะบุคคล หรือ "เผด็จการโดยคณะบุคคล" หมายถึง ระบบการปกครองที่บุคคลคณะหนึ่งสามารถวางหรือกำหนดกฎเกณฑ์การบริหารประเทศได้ตามที่กลุ่มของตนปรารถนา ซึ่งหากมี จุดมุ่งหมายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับราษฎรก็จะเป็นรูปการปกครองแบบ "อภิชนาธิปไตย" (Aristocracy) แต่หากมีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์สุขของพรรคพวกก็จะเป็นรูปการปกครองแบบ "คณาธิปไตย" (Oligarchy)

      3. การปกครองโดยคนทั้งหมดหรือเสียงส่วนใหญ่ หมายถึง ระบบการปกครองที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ได้แก่ รูปการปกครองแบบ "ประชาธิปไตย" (Democracy) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อประชาชน แต่หากมีจุดมุ่งหมายเพื่อผู้ปกครอง รูปแบบการปกครองก็จะแปรเปลี่ยนเป็นการปกครองโดย "ฝูงชน" (Mob-rule) ซึ่งมีสภาพใกล้เคียงกับ "อนาธิปไตย" (Anarchy) คือ สภาพแห่งการไม่มีรัฐบาลหรือไม่มีกฎหมาย และสังคมมีแต่ความระส่ำระสาย ไม่มีความสงบสุข

      รูปแบบการปกครองของปราชญ์ทั้ง 2 สามารถเขียนเป็นตารางโดยจำแนกตามจำนวนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และจุดมุ่งหมายในการใช้อำนาจการปกครองได้ดังนี้



      สรุป หลักการของทั้ง 2 ปราชญ์

      รูปแบบการปกครองที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อประชาชน คือ ราชาธิปไตย, อภิชนาธิปไตย, ประชาธิปไตย

      รูปแบบการปกครองที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อผู้ปกครอง คือ ทุชนาธิปไตย, คณาธิปไตย, ฝูงชน

      รูปแบบการปกครองที่เป็นเผด็จการ คือ ราชาธิปไตย, ทุชนาธิปไตย, อภิชนาธิปไตย, คณาธิปไตย