Advertising
Sheetram.com
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์
สำนักงานใหญ่
ตั้งอยู่หน้า ม.ราม 1
ศูนย์รวมคู่มือสอบเข้า
ทุกหน่วยงานราชการ
จดทะเบียนพาณิชย์
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ผู้ผลิตท่านใดต้องการให้
ทางเราเป็นตัวแทนจำหน่าย
ติดต่อ
08-5967-9080
0-2723-0950
ทั้งหนังสือคู่มือเตรียมสอบ
vcd , กวดวิชาต่างๆ
ยินดีร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ
Online
212 คน
DOWNLOAD
Home
PA
200 สรุปการบริหารรัฐกิจเบื้องต้น
บทนำ
การบริหารรัฐกิจเบื้องต้น
มีวัตถุประสงค์ดังนี้คือ
1. เพื่อให้เข้าใจถึงความหมายและขอบข่ายของการศึกษาบริหารรัฐกิจ
2. เพื่อให้ทราบถึงพัฒนาการและแนวโน้มของการศึกษาวิชาบริหารรัฐกิจ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันและแนวโน้มที่อาจจะเป็นไปในอนาคต
3. เพื่อให้ทราบและเข้าใจถึงสิ่งแวดล้อมของการบริหารรัฐกิจ บทบาท และอิทธิพลของ
สิ่งแวดล้อมที่มีต่อประชาชนที่เป็นลูกค้าขององค์การบริหารรัฐกิจ และต่อความสำเร็จของการบริหารรัฐกิจ
4. เพื่อให้เข้าใจและวิเคราะห์ถึงเทคนิคและกระบวนการบริหารงานตั้งแต่การวางนโยบายของรัฐและการวางแผน
องค์การและการจัดรูปองค์การ การบริหารงานบุคคล การบริหารการคลังสาธารณะ
การสื่อความเข้าใจ การจูงใจ การวินิจฉัยสั่งการ และเทคนิคเชิงปริมาณ
การบริหารรัฐกิจหรือรัฐประศาสนศาสตร์
คำว่า "การบริหารรัฐกิจ"
หรือ "รัฐประศาสนศาสตร์" นั้น มาจากคำภาษาอังกฤษว่า
Public Administration ซึ่งจะมีความหมายเป็น 2 นัยหรือ 2 ด้าน คือ ในฐานะที่เป็นศาสตร์
(Science) หรือเป็นสาขาวิชาการ (A Field of Study) และในฐานะที่เป็นการปฏิบัติงาน
(Activities) หรือเป็นกิจกรรม
ในแง่วิชาการนั้นศาสตร์ที่เรียกว่า วิชาบริหารรัฐกิจหรือรัฐประศาสนศาสตร์มักจะใช้แทนกันได้
แล้วแต่ว่าเป็นวิชาการของสำนักใด เช่น ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเรียกวิชานี้ว่า
"วิชาบริหารรัฐกิจ" ส่วนที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะเรียกวิชานี้ว่า "รัฐประศาสนศาสตร์"
ศาสตร์ (Science)
ในทัศนะของนักวิชาการทางสังคมศาสตร์นั้นจะมีความเห็นแตกต่างกัน โดยนักวิชาการบางกลุ่มมองศาสตร์เป็น
"องค์แห่งความรู้ที่ได้มาโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัด
และเป้าหมายของศาสตร์ก็คือการสร้างทฤษฎีเพื่อให้เข้าใจ พรรณนา อธิบาย
และพยากรณ์ปรากฏการณ์หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นความสัมพันธ์ของมนุษย์ในสังคม"
เช่นในทัศนะของนักรัฐศาสตร์กลุ่มพฤติกรรมศาสตร์ และกลุ่มประจักษนิยม
เป็นต้น
แต่นักวิชาการบางกลุ่มมองศาสตร์ในทัศนะอย่างไม่เคร่งครัดเหมือนกับ "ศาสตร์"
ในวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ดังเช่น กมล อดุลพันธุ์ มองว่า "ศาสตร์เป็นวิชาการที่รวบรวมเป็นระบบ
มีหลักการ มีกฎเกณฑ์ที่สามารถศึกษาได้ และนำมาถ่ายทอดกันได้"
กวี รักษ์ชน มีความเห็นว่า
รัฐประศาสนศาสตร์หรือวิชาบริหารรัฐกิจจะมีลักษณะเป็นศาสตร์อย่างอ่อน
(Soft Science) ต่างจากวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นศาสตร์อย่างแข็ง
(Hard Science) ดังนั้น
รัฐประศาสนศาสตร์จึงไม่อาจจะเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยการศึกษาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัดเหมือนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติได้
ฒ ลักษณะของ "การบริหารรัฐกิจ" หรือ "รัฐประศาสนศาสตร์"
มีดังนี้คือ
1. เป็นสังคมศาสตร์ประยุกต์ หรือเป็นสาขาวิชาหนึ่งที่แยกออกมาจากวิชารัฐศาสตร์
ดังนั้นรัฐประศาสนศาสตร์จึงเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสังคมศาสตร์สาขาต่าง
ๆ เช่น ตรรกวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยา จิตวิทยาสังคม ฯลฯ
2. ไม่ให้ความสนใจในเรื่อง "ความบริสุทธิ์" ของศาสตร์
3. ปัจจุบันนิยมศึกษาในรูปของสหวิทยาการ (Inter - Disciplinary Approach)
คือ เกี่ยวพันกับศาสตร์สาขาต่าง ๆ ยากที่จะแยกออกจากกันได้
4. ต้องนำเอาสังคมศาสตร์สาขาต่าง ๆ มากำหนดนโยบายในการบริหารงานของรัฐ
ในด้านความเป็นศาสตร์นั้น เป้าหมายของศาสตร์ก็คือการพยายามหาหลักการ
กฎเกณฑ์ หรือทฤษฎี ที่สามารถเป็นข้อสรุปโดยทั่วไป (Generalization) ของพฤติกรรมหรือกิจกรรมต่าง
ๆ ได้ทุกสังคมในลักษณะที่เป็นสากล (Universality)
แต่ในปัจจุบันนี้นักวิชาการต่าง
ๆ ได้ยอมรับกันว่า วิชาสังคมศาสตร์นั้นจะมีข้อจำกัดหรือมีขอบเขตทางด้านวัฒนธรรม
(Cultural Bound) กล่าวคือ หลักการ กฎเกณฑ์ หรือทฤษฎีที่ได้มาจากการศึกษาของสังคมหนึ่ง
อาจจะไม่สามารถนำมาใช้อธิบายหรือนำมาใช้ได้กับอีกสังคมหนึ่งก็ได้
เช่น ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนา สามารถนำเอาความรู้ที่เป็นข้อค้นพบจากประเทศพัฒนาแล้วมาใช้ได้ส่วนหนึ่ง
และอีกส่วนหนึ่งอาจจะนำมาใช้ไม่ได้ เป็นต้น
จากแนวความคิดดังกล่าว ได้มีกลุ่มนักวิชาการได้พยายามสร้างศาสตร์ที่เหมาะกับประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาขึ้นมา
เรียกว่า พัฒนบริหารศาสตร์ (Development Administration) โดยนักวิชาการในกลุ่มนี้เห็นว่าความรู้ของวิชาการบริหารรัฐกิจ
(Public Administration) ที่ค้นพบจากประเทศพัฒนาแล้ว สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับประเทศกำลังพัฒนาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
ฒ ลักษณะของวิชา "พัฒนบริหารศาสตร์"
(Development Administration) มีดังนี้คือ
1. จัดเป็นสาขาหนึ่งของวิชารัฐประศาสนศาสตร์
2. เป็นศาสตร์ที่พยายามสร้างขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา
นักวิชาการที่ศึกษาการบริหารรัฐกิจมีแนวทางที่แตกต่างกันออกไป 3 เหตุผล
(ความคิดเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับพาราไดม์ที่ศึกษา) คือ
1. นักวิชาการแต่ละกลุ่มมีการรับรู้หรือมีอัตตวิสัยที่แตกต่างกัน
2. กิจกรรมของรัฐบาลมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างมาก
3. สภาวการณ์และปัญหาต่าง ๆ ของสังคมมีความแตกต่างกัน
เทคนิคหรือกระบวนการบริหาร
(Administrative Process) ซึ่งเป็นงานหรือหน้าที่ที่นักบริหารจะต้องทำ
มีดังนี้คือ
1. การวางแผนและนโยบายของรัฐ
2. องค์การและการจัดองค์การ
3. การบริหารงานบุคคล
4. การบริหารงานคลัง
เทคนิคหรืองานการบริหารอื่น ๆ ที่ช่วยให้นักบริหารทำงานได้มีประสิทธิภาพ
มีดังนี้คือ
1. การสื่อความเข้าใจ
2. การจูงใจ
3. การวินิจฉัยสั่งการ
การบริหารงานบุคคลเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติและระดับองค์การหรือหน่วยงานเริ่มตั้งแต่
1. การวางนโยบายและการวางแผนเกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์
2. การสรรหาบุคคลให้ได้ตามปริมาณและคุณภาพที่ต้องการ
3. การพัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพอยู่เสมอ
4. การศึกษาประสิทธิภาพของการทำงานภายใต้ภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกัน
สิ่งแวดล้อมทั่วไปที่มีอิทธิพลต่อการบริหารในองค์การ
คือ
1. ลักษณะของวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมของคนในชาติ
2. สภาพเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา ภูมิประเทศของประเทศ
3. ปัจจัยทางด้านประชากร ปัจจัยทางด้านกฎหมาย และเทคโนโลยี
กลุ่มรัฐประศาสนศาสตร์แนวใหม่
(New Public Administration) มีความเห็นว่ารัฐประ-
ศาสนศาสตร์หรือวิชาบริหารรัฐกิจนั้น จะมีลักษณะเป็นศาสตร์อย่างอ่อน (Soft
Science) ซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญกับเทคนิคการศึกษาและการวิจัยที่เคร่งครัดในวิธีการทางวิทยาศาสตร์มากนัก
วิชาพัฒนบริหารศาสตร์
(Development Administration) เป็นวิชาที่ศึกษาถึงการบริหารงานของประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา
ซึ่งเห็นว่าในประเทศกำลังพัฒนานั้นมีลักษณะสิ่งแวดล้อมทางด้านการเมือง
เศรษฐกิจ และสังคมที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรสร้างศาสตร์ให้เหมาะสมกับประเทศนั้น
ๆ ด้วย
WebThaiThai Exchange
Dekthai.net Banner Exchange
รวมเว็บ ม.รามคำแหง
» หน้าหลักภาษาไทย
» English Page
» สถาบันคอมพิวเตอร์
» สำนักหอสมุดกลาง
» ศูนย์บริการสืบค้นข้อมูล
» RU.Internet
» e-Book
» e-Learning
» Huamark.com
» Faikham.com
» ศูนย์บริการเทคโนโลยีฯ
» ศูนย์ปฏิบัติการคอมฯ
»Ru
comp Moblie and Network
»งานประชาสัมพันธ์ ม.ราม
» ดอกสุพรรณิการ์
» TV on Internet
» หลวงพ่อจรัญฯ
» อ.บ.ต.
» หมายเลขโทรศัพท์
»