มีความประสงค์รับสมัครสอบบุคคลพลเรือนและทหารกองหนุนเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร รวม 4 อัตรา (26-30 ม.ค.54)
การรับสมัครสอบคัดเลือก บุคคลพลเรือน ทหารกองหนุน
เพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร ประจาปีงบประมาณ ๒๕๕๕
------------------------
ขอให้ผู้สมัครสอบอ่านสมุดคู่มือให้เข้าใจ แล้วปฏิบัติตามคาแนะนาที่ได้เรียงขั้นตอนการปฏิบัติตามลาดับข้อไว้ให้ครบถ้วน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อท่านในการเตรียมการสอบ ดังนี้
ข้อ ๑. ความมุ่งหมาย
กรมการเงินทหารบกมีความประสงค์รับสมัครสอบบุคคลพลเรือนและทหารกองหนุนเข้า
รับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตร เพื่อบรรจุลงในตาแหน่งที่ขาดแคลน ตามหน่วยต่างๆ ในกองทัพบก
ข้อ ๒. คุณวุฒิการศึกษา
สาเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรีขึ้นไป จากสถานศึกษาที่สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ให้การรับรอง หรือสถานศึกษาในต่างประเทศที่กระทรวงกลาโหมยินยอมให้บรรจุเข้ารับราชการ กรณีคุณวุฒิปริญญาไม่ตรงกับคุณวุฒิที่เปิดรับสมัครสอบแต่มีเนื้อหาวิชาใกล้เคียงกัน ซึ่งตรวจสอบตามที่สานักงาน ก.พ.ได้รับรองการเทียบคุณวุฒิในสาขาวิชาต่างๆ ไว้แล้วตามหนังสือสานักงาน ก.พ.ที่ นร ๑๐๐๔.๓/ว๓ ลง ๑๐ เม.ย.๔๖, หนังสือสานักงาน ก.พ.ที่ นร ๑๐๐๔.๓/ว๖ ลง ๒๙ มิ.ย.๕๐, หนังสือสานักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๔.๓/ว๙ ลง ๑๒ ก.ย.๔๖ และหนังสือสานักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๔.๓/ว๒๒ ลง ๒๙ ก.ค.๔๗ หรือทางเว็บไซต์ของสานักงาน ก.พ. http://www.ocsc.go.th
ข้อ ๓. ตาแหน่งที่เปิดบรรจุ เปิดบรรจุ ๔ อัตรา ระดับปริญญาตรี ในคุณวุฒิหลักสูตร - สาขา - ทางตามตา แหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ ( ตามผนวก ก )
ข้อ ๔. ประเภทบุคคลที่จะรับสมัครสอบ
๔.๑ บุคคลพลเรือน (ชาย)
๔.๒ ทหารกองหนุน (ชาย)
๔.๓ ข้าราชการทหารชั้นประทวน (ชาย) สังกัด ทบ.
ข้อ ๕. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
๕.๑ คุณสมบัติเฉพาะบุคคลพลเรือน และทหารกองหนุน
๕.๑.๑ เป็นทหารกองเกิน อายุระหว่าง ๒๒ ปี ถึง ๒๙ ปี ( เกิดปี พ.ศ.๒๕๒๕ - ๒๕๓๒ )
๕.๑.๒ เป็นทหารกองหนุน อายุไม่ต่ากว่า ๑๘ ปี ถึง ๓๕ ปี ( เกิดปี พ.ศ.๒๕๑๙ - ๒๕๓๖ )
๕.๑.๓ มีอวัยวะ รูปร่าง ลักษณะท่าทาง และขนาดร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหาร โดยต้องมีความสูงอย่างต่า ๑๖๐ ซม. รอบอก ๗๖/๗๙ ซม. โดยจะพิจารณาจากผล การตรวจร่างกายของแพทย์ทหารประจาการหรือจากผลการวัดขนาดร่างกายที่ระบุใน แบบ สด. ๔๓
๕.๒ คุณสมบัติเฉพาะข้าราชการทหารชั้นประทวน สังกัด ทบ.
อายุไม่เกิน ๓๕ ปี ต้องมีเวลารับราชการตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุ หรือแต่งตั้งยศนายทหารประทวน ครั้งแรกครบ ๖ ปี ก่อนวันสอบคัดเลือก และลาไปศึกษาถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ๕.๓ คุณสมบัติทั่วไปบุคคลพลเรือน และทหารกองหนุน ( คุณสมบัติเพิ่มเติมจาก ข้อ ๕.๑ )
๕.๓.๑ เป็นผู้ที่สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า โดยมีคุณวุฒิตรงตามตาแหน่งและคุณลักษณะเฉพาะที่จะสามารถบรรจุเข้ารับราชการตามตาแหน่งที่เปิดบรรจุ
๕.๓.๒ เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนในการขอแต่งตั้งยศเป็นนายทหารสัญญาบัตร ตามข้อบังคับ กระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการแต่งตั้งยศทหาร พ.ศ.๒๕๐๗ และฉบับที่แก้ไขทุกฉบับ
๕.๓.๓ เป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗
๕.๓.๔ มีสัญชาติไทยและบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยกาเนิด
๕.๓.๕ ไม่เป็นโรคที่ขัดต่อการบรรจุเข้าเป็นนายทหารสัญญาบัตร ( ตามผนวก ค )
๕.๓.๖ ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมไม่เป็นผู้ที่มีหนี้สิ้นล้นพ้นตัว หรือเป็นบุคคลล้มละลายตามคาพิพากษา
๕.๓.๗ ไม่อยู่ในสมณเพศ
๕.๓.๘ ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างเป็นจาเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องโทษจาคุกตามคาพิพากษาของศาลในคดีอาญายกเว้นแต่ความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ
๕.๓.๙ ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างพักราชการเนื่องจากความผิด หรือหนีราชการ
๕.๓.๑๐ ไม่เป็นผู้เคยถูกปลดเพราะความผิดหรือถูกไล่ออกจากราชการ
๕.๓.๑๑ ไม่เคยทุจริตในการ
สมัครสอบหรือการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทหารมาก่อน
๕.๓.๑๒ ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติดหรือสารเคมีเสพติดให้โทษ หรือมีประวัติคดีอาญาข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด
๕.๔ คุณสมบัติทั่วไปข้าราชการทหารชั้นประทวน สังกัด ทบ. ( คุณสมบัติเพิ่มเติมจาก ข้อ ๕.๒ )
๕.๔.๑ เป็นผู้ที่ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเหมาะสมที่จะเลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร
๕.๔.๒ เป็นผู้ที่สาเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่าขึ้นไป สามารถบรรจุในตาแหน่ง ที่ตรงกับวุฒิ ตามที่ กพ.ทบ. กาหนด
๕.๔.๓ เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในการขอแต่งตั้งยศ นายทหารสัญญาบัตร ตามข้อบังคับ กห. ว่าด้วยการแต่งตั้งยศทหาร พ.ศ.๒๕๐๗
๕.๔.๔ เป็นผู้ที่มีสมรรถภาพร่างกายแข็งแรง
๕.๔.๕ ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
๕.๔.๖ ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา
๕.๔.๗ ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างพักราชการ
ข้อ ๖. หลักฐานการรับสมัครสอบ ให้ยื่นเอกสารประกอบการสมัครสอบฉบับจริง(พร้อมสาเนาอย่างละ ๑ ฉบับ ) และใบสมัครสอบ เมื่อกรรมการรับสมัครสอบตรวจเอกสารแล้วจะส่งฉบับจริงให้กลับคืน ( จะเก็บไว้เป็นหลักฐานเฉพาะฉบับสาเนาเท่านั้น )
๖.๑ หลักฐานสาหรับบุคคลพลเรือน และทหารกองหนุน ต้องยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานใบสาคัญทางทหาร (พร้อมสาเนา) และสาเนาหลักฐานอย่างละ ๑ ฉบับ ดังนี้
๖.๑.๑ รูปถ่าย ขนาด ๑ นิ้ว จานวน ๓ รูป (ถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน)
๖.๑.๒ ทหารกองเกิน - แบบ สด.๙ หรือ สด.๔๓
๖.๑.๓ ทหารกองหนุน - แบบ สด.๘
๖.๑.๔ หลักฐานใบรับรองผลการตรวจเลือก แบบ สด.๔๓ ที่แสดงว่าเป็นผู้ได้ผ่านการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจาการ โดยไม่ถูกเข้ากองประจาการ ที่มีอายุไม่เกิน ๓๕ ปี ประกอบการรับสมัครสอบ
๖.๑.๕ ปริญญาบัตรหรือหนังสือรับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สาเร็จการศึกษา และวันที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตรจากสภามหาวิทยาลัย ซึ่งต้องอยู่ภายในวันที่ปิดรับสมัครสอบเท่านั้น
๖.๑.๖ ระเบียนแสดงผลการศึกษารายวิชา (TRANSCRIPT) ประกอบใบปริญญาบัตร หากเป็นภาษาต่างประเทศให้แปลเป็นภาษาไทยให้เรียบร้อย
๖.๑.๗ บัตรประจาตัวประชาชน
๖.๑.๘ ทะเบียนบ้านของผู้สมัครสอบ ที่ระบุว่า บิดา, มารดา มีสัญชาติไทย
๖.๑.๙ ทะเบียนบ้านของบิดา มารดาผู้ให้กาเนิด ที่ระบุว่า บิดา มารดา (ปูุ,ย่า,ตา และยาย) มีสัญชาติไทย
๖.๑.๑๐ กรณี บิดา, มารดา ของผู้สมัครถึงแก่กรรมและใบมรณบัตรมิได้ระบุสัญชาติ ปูุ, ย่า, ตา และยาย แล้วแต่กรณี ให้ใช้สาเนาทะเบียนบ้านบิดา และ/หรือ มารดา แล้วแต่กรณีที่ประทับตราว่า "ตาย" จาก อาเภอ/เขต โดยต้อง ระบุสัญชาติของปูุ, ย่า, ตา, ยาย ว่ามีสัญชาติไทยอย่างชัดเจน หรือสาเนาสูติบัตรของบิดา และ/หรือ มารดา แล้วแต่กรณี (โดยต้องตรวจสอบชื่อตัว - ชื่อสกุลว่า ตรงกับทะเบียนบ้านหรือไม่ หากไม่ตรงกัน ต้องส่งหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุลที่ตรงกับปัจจุบันด้วย) หรือให้อาเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองสถานที่เกิด บิดา และ/หรือ มารดาแล้วแต่กรณี ว่าเป็นบุคคลที่เกิด ณ ตาบล อาเภอ จังหวัดใดในประเทศไทย หรือให้อาเภอ/เขต ออกหนังสือรับรอง บิดา และ/หรือ มารดา แล้วแต่กรณี ว่าเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยกาเนิด
๖.๑.๑๑ กรณี ปูุ, ย่า, ตา, หรือยาย ของผู้สมัคร มีสัญชาติอื่นที่มิใช่สัญชาติไทย แล้วแต่กรณี ให้ใช้หลักฐานสาเนาสูติบัตรของผู้สมัคร ที่มีข้อมูลของบิดา มารดา ระบุถึง ชื่อตัว ชื่อสกุล เกิดที่จังหวัด และประเทศไทย อย่างครบถ้วน (โดยต้องตรวจสอบชื่อตัว ชื่อสกุล ว่าตรงกับทะเบียนบ้านหรือไม่ หากไม่ตรงกัน ต้องส่งหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล ที่ตรงกับปัจจุบันด้วย) หรือ สาเนาสูติบัตร ของบิดา หรือ/มารดา แล้วแต่กรณี (โดยต้องตรวจสอบชื่อตัว - ชื่อสกุล ว่าตรงกับทะเบียนบ้านหรือไม่ หากไม่ตรงกันต้องส่งหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล ที่ตรงกับปัจจุบันด้วย) หรือให้อาเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองสถานที่เกิด บิดา และ/หรือมารดา แล้วแต่กรณี ว่าเป็นบุคคลที่เกิด ณ ตาบล อาเภอ จังหวัดใดในประเทศไทย หรือให้อาเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองบิดา และ/หรือมารดา แล้วแต่กรณี ว่าเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยกาเนิด
๖.๑.๑๒ ในกรณีทะเบียนบ้าน ระบุชื่อสกุลบิดา มารดา ของผู้สมัคร ไม่ตรงกัน ให้ใช้หลักฐานของทางราชการที่แสดงถึงสาเหตุที่ชื่อสกุลบิดา มารดาไม่ตรงกัน คือสาเนาทะเบียนการหย่าของบิดา มารดา ที่ระบุชื่อสกุลเดิมของมารดาอย่างชัดเจน หรือสาเนาทะเบียนสมรสใหม่ของมารดา ที่ระบุชื่อสกุลเดิมของมารดาอย่างชัดเจน หรือหลักฐานการอนุญาตให้มารดาที่จดทะเบียนสมรสสามารถใช้ชื่อสกุลเดิมของตนเองได้ตามที่ร้องขอต่อทางราชการ หรือ สาเนาสูติบัตรของผู้สมัครที่ระบุชื่อตัว - ชื่อสกุล บิดา มารดา อย่างชัดเจน (โดยต้องตรวจสอบชื่อตัว - ชื่อสกุล ว่าตรงกับทะเบียนบ้านหรือไม่ หากไม่ตรงกัน ต้องส่งหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุลที่ตรงกับปัจจุบันด้วย ) หรือให้อาเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองว่า เป็นบิดา และ/หรือมารดาจริง แล้วแต่กรณี หรือให้อาเภอ/เขต ออกหนังสือรับรองว่าชื่อตัวในช่อง บิดา/หรือมารดา ตามทะเบียนบ้านของผู้สมัคร แล้วแต่กรณี กับชื่อตัว - ชื่อสกุลตามทะเบียนบ้านของบิดา และ/หรือมารดาแล้วแต่กรณี เป็นบุคคลเดียวกัน
๖.๑.๑๓ ในกรณีทะเบียนบ้านกับหลักฐานอื่นของทางราชการ ระบุชื่อตัว และ/หรือชื่อสกุล ของผู้สมัครบิดา หรือมารดาไม่ตรงกัน แล้วแต่กรณี ให้ใช้หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว และ/หรือชื่อสกุล ของผู้สมัคร บิดา หรือมารดา ที่ระบุชื่อตัว และ/หรือชื่อสกุล แล้วแต่กรณีที่ตรงกับทะเบียนบ้าน หรือให้อาเภอออกหนังสือรับรอง ว่าเป็นบิดา และ/หรือมารดา จริง แล้วแต่กรณีหรือให้อาเภอออกหนังสือรับรองว่า ชื่อตัว และ/หรือชื่อสกุลของผู้สมัคร บิดา หรือมารดา แล้วแต่กรณี ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน กับหลักฐานอื่นของทางราชการ เป็นบุคคลเดียวกัน
๖.๑.๑๔ ในกรณีมีการเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุลของผู้สมัครสอบ บิดา หรือมารดา แล้วแต่กรณี ให้แนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล ประกอบหลักฐานการรับสมัคร
หมายเหตุ ให้ผู้สมัครสอบรับรองสาเนาถูกต้องด้วยตนเอง
๖.๒ หลักฐานสาหรับข้าราชการทหารชั้นประทวน สังกัด ทบ. ให้ยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานอย่างละ ๑ ฉบับ ดังนี้
๖.๒.๑ รูปถ่าย ขนาด ๑ นิ้ว จานวน ๓ รูป (ถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน)
๖.๒.๒ สาเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครและของบิดามารดา
๖.๒.๓ สาเนาคาสั่งบรรจุเข้ารับราชการครั้งแรก
๖.๒.๔ สาเนาคาสั่งเลื่อนยศครั้งสุดท้าย
๖.๒.๕ สาเนาใบปริญญาบัตร หากเป็นใบรับรอง จะต้องมีข้อความว่า "สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติแล้ว" หรือเป็นปริญญาบัตร จากต่างประเทศต้องมีคาแปลไว้ด้วย
๖.๒.๖ สาเนาผลการศึกษา (ทรานสคริปท์) ฉบับภาษาไทย (จะต้องมีหลักฐานทุกคน)
๖.๒.๗ สาเนาหลักฐานที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษาจาก ยศ.ทบ. หรือ ผบ.หน่วยระดับ ผบ.พล. หรือเทียบเท่าขึ้นไป และหลักฐานตอบรับการบันทึกผลการศึกษาจาก ยศ.ทบ. ในทุกระดับการศึกษา จนถึง ระดับปริญญาตรี หรือหลักฐานให้ผ่อนผันการปฏิบัติไม่ถูกต้อง หรือหนังสือรับรองการศึกษาของ ยศ.ทบ. กรณีมีคุณวุฒิปริญญาก่อนการบรรจุเข้ารับราชการ
๖.๒.๘ ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ทหารประจาการ (ไม่เกิน ๓ เดือน)
๖.๒.๙ หนังสือรับรองผู้บังคับบัญชาระดับ ผบ.พัน. ขึ้นไป
หมายเหตุ ให้ผู้สมัครสอบรับรองสาเนาถูกต้องด้วยตนเอง
ข้อ ๗. การขอรับสิทธิคะแนนเพิ่มพิเศษ
ให้ยื่นเอกสารการขอรับสิทธิคะแนนเพิ่มพิเศษฉบับจริง ( พร้อมสาเนา ๑ ฉบับ ) พร้อมใบสมัครสอบ เมื่อกรรมการรับสมัครสอบตรวจเอกสารเสร็จแล้วจะส่งฉบับจริงให้คืน ( จะเก็บไว้เป็นหลักฐานเฉพาะฉบับสาเนาเท่านั้น )
๗.๑ หลักฐานแสดงว่าสาเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร ตามหลักสูตรการฝึกวิชาทหาร " ชั้นปีที่ ๑ ถึงชั้นปีที่ ๕ " ต้องเป็นเอกสารที่ออกให้โดย " หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน หรือ หน่วยบัญชาการกาลังสารอง หรือ กรมการรักษาดินแดน" ( ตัวอย่างตามแบบฟอร์มท้ายเล่ม )
๗.๒ หลักฐานแสดงว่าเป็นทหารกองหนุนที่เคยรับราชการกองประจาการมาก่อน
๗.๓ หลักฐานแสดงว่าเป็นบุตรของทหาร ข้าราชการและลูกจ้างประจา ในสังกัดกองทัพบก ซึ่งประสบอันตรายถึงทุพพลภาพในขณะปฏิบัติราชการในหน้าที่ หรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระทาตามหน้าที่ หรือต้องบาดเจ็บถึงตาย เพราะเหตุนั้น ซึ่งได้รับบาเหน็จบานาญพิเศษ ตามกฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการ หรือได้รับเงินค่าทาขวัญตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม
๗.๔ หลักฐานแสดงว่าเป็นบุตรของทหารที่ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มกล้าหาญ หรือเหรียญกล้าหาญ
๗.๕ หลักฐานแสดงว่าเป็นบุตรของทหาร ข้าราชการ และลูกจ้าง สังกัดกองทัพบก ที่ยังรับราชการหรือเคยรับราชการในกองทัพบกมาก่อน เว้น ผู้ที่ถูกปลดออกจากประจาการเนื่องจากมีความผิด หรือบกพร่องต่อหน้าที่
๗. ๖ การพิจารณาคะแนนเพิ่มพิเศษ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพบกกาหนด ซึ่งจะดาเนินการทั้งในการสอบรอบแรกและการสอบรอบที่สอง โดยคิดฐานคะแนนของคะแนนเต็มในแต่ละรอบ
ข้อ ๘. กาหนดการรับสมัครสอบ
วันรับสมัครสอบ - ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒๖ ธ.ค.๕๔ - วันศุกร์ที่ ๓๐ ธ.ค.๕๔ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น.
- สถานที่ กองกาลังพล กรมการเงินทหารบก (สามารถ Download สมุดแนะนา
และใบสมัครได้จากเว็บไซต์กรมการเงินทหารบกและเว็บไซต์โรงเรียนทหารการเงิน)
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ - วันศุกร์ที่ ๖ ม.ค.๕๕
- สถานที่ กองกาลังพล กรมการเงินทหารบก และ www.findept.com , www.armyfinanceschool.com
ข้อ ๙. การสมัครสอบ
๙.๑ เขียนใบสมัครสอบให้ถูกต้องและชัดเจน ตามแบบตัวอย่างที่หน่วยรับสมัครติดไว้ และหลักฐานที่นามาใช้สมัครสอบต้องเป็นหลักฐานที่เป็นจริง ถ้าหากตรวจพบว่าเอกสารเป็นเท็จ จะต้องถูกดาเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด
๙.๒ ให้ตรวจสอบความถูกต้องของใบสมัครสอบกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ก่อนยื่นหลักฐานใบสมัครสอบ
๙.๓ เมื่อพร้อมแล้วค่อยยื่นหลักฐานสมัครสอบ
๙.๔ เมื่อกรรมการรับสมัครสอบตรวจเอกสารแล้วจึงจะออกบัตรประจาตัวสอบให้ พร้อมกับส่งเอกสารประกอบการสมัครสอบฉบับจริงให้คืน ( กรรมการรับสมัครสอบจะเก็บเฉพาะฉบับสาเนาไว้เป็นหลักฐาน )
๙.๕ เมื่อได้รับบัตรประจาตัวสอบแล้วต้องจาหมายเลขประจาตัวสอบไว้และนาติดตัวตลอดในห้วงการสอบ ถ้าไม่มีบัตรประจาตัวสอบไปแสดงต่อคณะกรรมการ " จะไม่มีสิทธิ์เข้าสอบ "
๙.๖ ตรวจสอบเอกสารฉบับจริงอีกครั้ง หากยังไม่ได้รับคืน ให้ติดตามสอบถามกับกรรมการรับสมัครสอบในวันนั้น หากมีเอกสารสาคัญสูญหายไป คณะกรรมการไม่สามารถรับผิดชอบได้
๙.๘ " กรณีทาบัตรประจาตัวสอบหาย " ให้แจ้งความที่สถานีตารวจ จากนั้นนาหลักฐานใบรายงานบันทึกประจาวันรับแจ้งเอกสารหาย, สาเนาบัตรประจาตัวประชาชนพร้อมรูปถ่ายจานวน ๒ รูป ยื่นเรื่องที่ กองกาลังพลกรมการเงินทหารบก เพื่อขอออกบัตรแทน
ข้อ ๑๐. การสอบคัดเลือกภาควิชาการ (รอบแรก) ( ดูรายวิชาสอบที่ ผนวก ข )
๑๐.๑ สถานที่สอบ โรงเรียนทหารการเงิน กรมการเงินทหารบก เลขที่ ๔๑ ถนนเทอดดาริ
แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
๑๐.๒ วัน เวลาสอบ วันเสาร์ที่ ๑๔ ม.ค.๕๕ เวลา ๑๓.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น.
๑๐.๓.๑ ที่นั่งสอบ จะแจ้งให้ผู้สมัครสอบทราบ ในห้วงเวลาภาคเช้า วันสอบภาควิชาการ( รอบแรก) โดยกรรมการควบคุมการสอบจะปิดประกาศแผนผังที่นั่งสอบไว้ให้ผู้สมัครสอบได้ตรวจสอบ ที่บริเวณด้านหน้าห้องสอบ
๑๐.๓.๒ แต่งกายชุดสุภาพ และให้ไปก่อนเวลาสอบแต่เนิ่น
๑๐.๓.๓ ให้นา ปากกา มาใช้ทาข้อสอบด้วย
๑๐.๔ การเข้าห้องสอบ
๑๐.๔.๑ เวลา ๑๓.๐๐ น. ให้พร้อมที่หน้าห้องสอบของตัวเองเข้าแถวเรียงตามลาดับหมายเลขประจาตัวสอบ
๑๐.๔.๒ ห้าม นาอุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบ เช่น นาฬิกาที่เป็นเครื่องคิดเลข โทรศัพท์มือถือเพจเจอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารแบบพกพาทุกชนิด เข้าไปในห้องสอบโดยเด็ดขาด
๑๐.๔.๓ กรรมการควบคุมการสอบจะเรียกเข้าห้องสอบตามลาดับ ให้นั่งตามผังที่นั่งสอบและผู้สมัครสอบจะต้องเตรียม " บัตรประจาตัวสอบ " และ " บัตรประจาตัวประชาชน " ไว้รับตรวจด้วย
๑๐.๔.๔ เมื่อแจกปัญหาสอบและใบคาตอบแล้ว ห้าม เปิดอ่านปัญหาสอบก่อนที่หัวหน้ากรรมการควบคุมการสอบสั่ง ( หากมีข้อสงสัยให้ยกมือถามกรรมการควบคุมการสอบ )
๑๐.๔.๕ เมื่อได้เวลาเริ่มทาข้อสอบ จะไม่อนุญาตให้ผู้มาถึงห้องสอบ หลังเวลาเริ่มทาข้อสอบ ๑๕ นาที เข้าห้องสอบในทุกกรณี และผู้ที่เข้าสอบ จะต้องอยู่ในห้องสอบจนกว่าจะสิ้นสุดเวลาสอบ จะออกจากห้องสอบก่อนเวลาไม่ได้
๑๐.๔.๖ ห้าม นั่งผิดจากหมายเลขที่นั่งสอบของตนเองหรือลงหมายเลขประจาตัวสอบที่ไม่ใช่หมายเลขประจาตัวของตนเองในใบคาตอบ ( กรณีนี้ จะถือว่ามีเจตนาทุจริตในการสอบ )
๑๐.๔.๗ ห้าม แสดงกริยาที่อาจจะส่อไปในทางทุจริต ทุกกรณี
๑๐.๕ คาแนะนาในการเขียนใบคาตอบแบบปรนัย ( เลือกข้อ ) ( ตามแบบฟอร์มท้ายเล่ม )
๑๐.๕.๑ ฟังคาแนะนาในการเขียนใบคาตอบของกรรมการคุมห้องสอบให้เข้าใจ หากปฏิบัติไม่ถูกต้อง อาจจะไม่ตรวจใบคาตอบ เป็นเหตุทาให้ไม่ได้คะแนนในการสอบครั้งนั้น
๑๐.๕.๒ ให้กากบาท (X) ปากกาลงในช่องที่เลือกตอบเพียงช่องเดียว (ห้ามใช้หมึกระบาย)