SheetRam.com ชีทราม ชีทสรุป ข้อสอบ ม.รามคำแหง คู่มือสอบ คู่มือเตรียมสอบ งานราชการ
 
  ลงทะเบียน     แจ้งโอนเงิน    ตรวจสอบสินค้า    ข้อมูลส่วนตัว    คำถาม-ถามบ่อย     สินค้าในตระกร้า 0 ชิ้น ราค 0 บาท
หน้าแรก | วิธีการสั่งซื้อ | วิธีการชำระเงิน | วิธีการจัดส่ง | ติดต่อเรา แผนที่ร้าน  | กระดานข่าวชีทราม  | งานราชการ       


 

:: MANU
  แนะนำชมรม
  Promotion
  ตัวอย่างข้อสอบเก่า
  ตัวอย่างชีทสรุป
  นำข่าวไปติดเว็ปคุณ
  Search Engines
 ตั้งเว็ปนี้เป็นหน้าแรก
บริการจัดส่งต่างประเทศ
ติดต่อโฆษณา
สั่งซื้อจำนวนมาก/ตัวแทนจำหน่าย

:: สินค้าที่ต้องการ
ชีทสรุป ม.ราม
ชีทเฉลยข้อสอบ 
ชีทสรุปกฏหมาย
คู่มือเตรียมสอบราชการ
คู่มือสอบปริญาโท
หนังสือภาษาอังกฤษ
หนังสือกฏหมาย
 เครื่องแต่งกายนักศึกษา

:: หมวด VCD / CD
 CD/VCD  ติว ม.ราม
 CD/VCD ติวราชการ
 CD MP3 กฎหมาย
 CD ภาษาอังกฤษ
CD/VCD ติว ป.1-3
CD/VCD ติว ป.4-6
CD/VCD ติว ม.1-3
CD/VCD ติว ม.4-6
CD/VCD ติว ENT
 Clip ตัวอย่าง  VCD ติว

:: เลือกวิชาตามคณะ
คณะนิติศาสตร์
คณะบริหารธุรกิจ
คณะมนุษยศาสตร
คณะศึกษาศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์
คณะรัฐศาสตร์
คณะเศษฐศาสตร์

:: คู่มือชั้นประถม-มัธยม
เตรียมสอบ ป.1
เตรียมสอบ ป.2
เตรียมสอบ ป.3
เตรียมสอบ ป.4
เตรียมสอบ ป.5
เตรียมสอบ ป.6
เตรียมสอบ ม.1
เตรียมสอบ ม.2
เตรียมสอบ ม.3
เตรียมสอบ ม.4
เตรียมสอบ ม.5
เตรียมสอบ ม.6
 เตรียมสอบ ENT
 หนังสือสำหรับเด็ก
Advertising
Sheetram.com
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์
สำนักงานใหญ่
ตั้งอยู่หน้า ม.ราม 1
ศูนย์รวมคู่มือสอบเข้า
ทุกหน่วยงานราชการ
จดทะเบียนพาณิชย์
 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ผู้ผลิตท่านใดต้องการให้
ทางเราเป็นตัวแทนจำหน่าย
ติดต่อ
08-5967-9080
0-2723-0950

ทั้งหนังสือคู่มือเตรียมสอบ
vcd , กวดวิชาต่างๆ
ยินดีร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ
คุณชอบ web site  Sheetram ส่วนไหน ?
การออกแบบ
เนื้อหาคบถ้วน
ข้อมูล UPDATE
สินค้ามีให้เลือกมาก
     Online 213 คน
DOWNLOAD




Home
IS 103  สรุปการใช้ห้องสมุด
ตอนที่ 1แหล่งค้นคว้าเพื่อการศึกษา
บทนำ สารสนเทศกับพัฒนาการของห้องสมุด
       ความหมายและประโยชน์ของสารสนเทศ
      สารสนเทศหรือสารนิเทศ (Information) หมายถึง ข่าวสารความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่กลั่นกรองแล้วจากข้อมูล ตลอดจนความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ ซึ่งบันทึกไว้บนสื่อหรือวัสดุสารสนเทศรูปใดรูปหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์บนกระดาษหรือวัสดุประเภทอื่น เช่น โสตทัศน์ และวัสดุอิเล็กทรอนิกส์

      ประโยชน์ของสารสนเทศ มีดังนี้
1. ลดอัตราการตายจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ
2. ช่วยให้ประชาชนเป็นผู้บริโภคอย่างฉลาด
3. ทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ
4. ลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ
5. ลดค่าใช้จ่ายจากการทำวิจัยซ้ำซ้อน
6. รู้จักแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น
7. เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาประเทศ

     พัฒนาการของห้องสมุดและวัสดุที่ใช้บันทึกความรู้
1. สมัยโบราณจนถึงก่อนศตวรรษที่ 20
     ชาวสุเมเรียน (Sumarians) ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ตามลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติสของเมโสโปเตเมียเมื่อประมาณ 3,100 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นชนชาติแรกที่นำเรื่องราวซึ่งเป็นคำสอนทางศาสนา ตำนาน บทสวดมนต์ คาถา การเมือง เศรษฐกิจ และความคิดทางปรัชญามาบันทึกลงบนแผ่นดินเหนียว (Clay Tablets) โดยใช้
ตัวอักษรที่เรียกว่า "อักษรรูปลิ่มหรืออักษรคูนิฟอร์ม" (Cuneiform) และอารยธรรมนี้ของชาวสุเมเรียนก็ได้แผ่ขยายไปสู่ชาวบาบิโลเนียน (Babilonians) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมโสโปเตเมีย และชาวอัสสิเรียน (Assyrians) ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมโสโปเตเมีย

     ประมาณ 2,700 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวสุเมเรียนเริ่มมีการจัดตั้งสถานที่ซึ่งเป็นที่รู้จักกัน
ในเวลาต่อมาว่า "ห้องสมุด" เพื่อให้เป็นที่จัดเก็บแผ่นดินเหนียวที่มีการจารึกอักษรลงไปเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันห้องสมุดดังกล่าวจะตั้งอยู่ที่เมืองเทลเลาะห์ (Telloh) ประเทศอิรัก
เ ชาวบาบิโลเนียนเป็นชนชาติที่มีการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ลงบนแผ่นดินเหนียวเช่นกัน โดยเหตุการณ์ที่บันทึกลงไปนั้นจะมีทั้งเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้า การปกครอง ประวัติศาสตร์ ศาสนา และกฎหมาย ซึ่งกฎหมายที่สำคัญของยุคนี้ก็คือ "ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี" (The Code of Hummurabi) ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีลักษณะแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน

     ชาวอียิปต์ซึ่งตั้งถิ่นฐานตามลุ่มแม่น้ำไนล์รู้จักบันทึกเหตุการณ์และข่าวสารความรู้ต่าง ๆ ลงบนแผ่นกระดาษปาไปรัส (Papyrus) ด้วยตัวอักษรภาพที่เรียกว่า "เฮียโรกลิฟิค" (Hieroglyphic) แล้วม้วนเก็บไว้ในขวดดินเหนียวหรือในที่เก็บทรงกระบอกซึ่งทำด้วยโลหะ และติดฉลากไว้ด้านนอกของที่เก็บเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นเรื่องของอะไร หลังจากนั้นก็เกิดห้องสมุดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นห้องสมุดส่วนตัวของกษัตริย์หรือนักปราชญ์ในราชสำนักต่าง ๆ
ห้องสมุดในยุคแรก ๆ ของโลก ได้แก่ ห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นห้องสมุดที่อนุญาตให้เฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน เจ้านาย ขุนนาง และชนชั้นที่ร่ำรวยเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปใช้บริการใน
ห้องสมุดได้
ห้องสมุดประชาชนริเริ่มก่อตั้งโดย จูเลียส ซีซาร์ แห่งจักรวรรดิโรมัน โดยให้ประชาชนเข้าไปใช้ในสมัยกษัตริย์ออกุสตุส

     ต่อมาก็ได้มีการพัฒนาแผ่นหนังสัตว์ขึ้นเพื่อใช้บันทึกข้อเขียนแทนแผ่นดินเหนียว แผ่นไม้ แผ่นหิน แผ่นบรอนซ์ และกระดาษปาไปรัส ซึ่งแผ่นหนังเหล่านี้เมื่อนำมาเย็บรวมกันก็จะเรียกว่า โคเด็กซ์ (Codex)
ทางด้านประเทศจีนในช่วง 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราชนั้น นิยมใช้วัสดุประเภทผ้าลินิน ผ้าไหม แผ่นไม้ กระดูก และกระดองสัตว์ในการบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ต่อมาราวศตวรรษที่ 2 ชาวจีนก็สามารถผลิตกระดาษขึ้นได้ และอาจกล่าวได้ว่าชาวจีนเป็นผู้ริเริ่มผลิตกระดาษสมัยใหม่ก็ว่าได้

     ต่อมาในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการในคริสต์ศักราช 1450 (ศตวรรษที่ 15) โยฮัน กูเตนเบอร์ก (Johann Gutenberg) เป็นชาวเยอรมันที่คิดประดิษฐ์แท่นพิมพ์โดยใช้ตัวเรียงจากโลหะหล่อเป็นตัวพิมพ์ ซึ่งทำให้วิธีผลิตหนังสือด้วยการคัดลอกที่ทำกันมาตั้งแต่โบราณต้องเปลี่ยนมาเป็นการพิมพ์ด้วยแท่นพิมพ์

     2. ช่วงศตวรรษที่ 20
      เ กิจการของห้องสมุดในช่วงศตวรรษที่ 20 (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2) เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว วัสดุที่ใช้บันทึกความรู้และเรื่องราวต่าง ๆ ยังเป็นกระดาษ ในขณะเดียวกันเมื่อมีสารสนเทศมากขึ้นก็ต้องมีการพัฒนาคิดค้นวัสดุประเภทอื่นให้สามารถบันทึกข้อมูลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโสตทัศนวัสดุ วัสดุ-ย่อส่วน วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ และระบบคอมพิวเตอร์

     3. พัฒนาการของห้องสมุดในประเทศไทย
     พัฒนาการของห้องสมุดในประเทศไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีการเก็บคัมภีร์พระไตรปิฎกซึ่งจารึกลงในใบลาน (เมื่อนำมาเย็บรวมกันเรียกว่า "หนังสือผูก") ไว้ที่ "หอไตรหรือหอพระไตรปิฎก" ในวัดวาอารามต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดเก็บหลักศิลาจารึกและวรรณกรรมทางศาสนาโดยเฉพาะอีกด้วย
ส่วนในสมัยอยุธยานั้นมีการสร้าง "หอหลวง" ขึ้นภายในพระราชวัง เพื่อเก็บรักษาหนังสือ วรรณกรรมทางโลก ตัวบทกฎหมาย และเอกสารทางราชการ ซึ่งหอหลวงนี้เป็นห้องสมุดส่วนตัวของพระมหา-กษัตริย์หรือข้าราชการในสำนัก

     ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ร.1) มีการสร้าง "หอพระมณเฑียรธรรม" ขึ้นกลางสระน้ำตรงมณฑปวัดพระศรีรัตนศาสดารามในบริเวณพระบรมมหาราชวัง เพื่อใช้เป็นที่เก็บคัมภีร์พระไตรปิฎก จึงนับได้ว่าหอพระมณเฑียรธรรมทำหน้าที่เป็นหอสมุดแห่งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์

     ในสมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3) ได้โปรดเกล้าให้มีการปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมัง-คลาวาส (ปัจจุบันคือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์) เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ของประชาชนทั่วไป วัดพระเชตุพนจึงเป็นห้องสมุดสำหรับประชาชนแห่งแรกของประเทศ นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยประชาชนหรือมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ได้อีกด้วย

     ส่วนห้องสมุดสมัยใหม่เริ่มขึ้นจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ 4 ทรงบริจาคทรัพย์ร่วมกันสร้าง "หอพระสมุดวชิรญาณ" ขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ลักษณะการดำเนินงานของห้องสมุดแห่งนี้คือ สมาชิกของห้องสมุดจะต้องเสียค่าบำรุง ทั้งนี้จะมีกรรมการเป็นผู้บริหารและดำเนินการ นอกจากนี้รัชกาลที่ 5 ยังทรงโปรดให้สร้าง "หอพุทธสาสนสังคหะ" เพื่อใช้เก็บหนังสือและพระไตรปิฎก

     ต่อมาใน พ.ศ. 2447 รัชกาลที่ 5 ได้ทรงโปรดเกล้าให้รวมหนังสือต่าง ๆ จากหอพระสมุดวชิรญาณ หอพระมณเฑียรธรรม และหอพุทธสาสนสังคหะ แล้วเปิดเป็นหอพระสมุดใหม่ที่ชื่อว่า "หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร" เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้เป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ ซึ่งหอพระสมุดแห่งนี้ถือว่าเป็นรากฐานของหอสมุดแห่งชาติในปัจจุบัน
ห้องสมุดในประเทศไทยได้รับการพัฒนาและขยายการให้บริการแก่ผู้ใช้อย่างทั่วถึง โดยได้นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยงานห้องสมุดเป็นครั้งแรกที่สถาบัน Asian Institution of Technology (AIT) เมื่อปี พ.ศ. 2519

      ทรัพยากรบุคคลของห้องสมุด

      1. บุคลากรในห้องสมุด มี 2 ประเภท คือ
1. ผู้มีความรู้ทางวิชาชีพ เป็นผู้ที่มีความรู้ทางวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศ-ศาสตร์ในระดับปริญญาตรีขึ้นไป โดยมีชื่อเรียกตามลักษณะงานที่รับผิดชอบ เช่น บรรณารักษ์ตอบคำถาม บรรณารักษ์จัดหา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบุคลากรที่เป็นนักวิชาการซึ่งมีความรู้เฉพาะสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง เช่น นักกฎหมาย นักประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เป็นต้น อีกทั้งยังรวมถึงนักเอกสารสนเทศหรือ
นักสารสนเทศ ซึ่งมีความรู้ทางสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับปริญญาตรี บวกกับความรู้ทางบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศในระดับปริญญาโท

2. ผู้สนับสนุนกิจกรรมวิชาชีพ เป็นผู้ที่มีความรู้ในระดับประกาศนียบัตร เช่น พนักงาน-ห้องสมุด เจ้าหน้าที่ธุรการ และช่างศิลป์ เป็นต้น ซึ่งบุคลากรกลุ่มนี้ช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมและหน้าที่ทางการบริการสารสนเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

     2. หน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากรในห้องสมุด
1. คัดเลือกและจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ
2. วิเคราะห์จัดหมู่และจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศ
3. จัดทำเครื่องมือช่วยค้นหาสารสนเทศ เช่น บัตรรายการ
4. ให้บริการและเผยแพร่สารสนเทศ

      วิธีปฏิบัติเมื่อผู้ใช้มีคำถาม
      โดยทั่วไปห้องสมุดขนาดใหญ่จะจัดบรรณารักษ์ไว้คอยตอบคำถามให้แก่ผู้ใช้ ซึ่งอาจมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน เช่น บริการตอบคำถาม บริการตอบคำถามและช่วยค้นคว้า บริการตอบคำถามและบริการสารสนเทศ

      ในขณะที่ผู้ใช้ขอรับบริการจากบรรณารักษ์ตอบคำถามนั้น ผู้ใช้ควรรู้วิธีถามคำถาม ดังนั้นผู้ใช้ควรปฏิบัติดังนี้
1. ถามให้ตรงเป้าหมายและสอดคล้องกับความต้องการ
2. ไม่ควรถามคำถามกว้างเกินไป
3. ระบุความยากง่ายของคำตอบที่ต้องการ
4. หากต้องการข้อมูลใหม่ ๆ ก็ควรบอกในคำถามด้วย
บทที่ 1 การพัฒนาทักษะเพื่อการศึกษาค้นคว้า
       ความหมายของการศึกษา
      การศึกษา หมายถึง การเสาะแสวงหาความรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ อย่างถ่องแท้ จนสามารถนำความรู้นั้นมาปรับปรุงตนให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
การศึกษาเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ การศึกษาจึงมีความจำเป็นสำหรับบุคคลทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน สภาพแวดล้อมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรียกว่าเป็นยุคของข่าวสารความรู้หรือสารสนเทศ การศึกษาหาความรู้จึงมีความจำเป็นในการพัฒนาชีวิตให้ทันต่อสังคมโลก
จ ความสำคัญของการศึกษา

      การศึกษาเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญไปในทิศทางที่พึงประสงค์ ทั้งนี้เพราะเป้าหมายในการจัดการศึกษามุ่งจัดให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม ปลูกฝังให้ประชากรมีความรู้ความสามารถทั้งทางวิชาการในด้านต่าง ๆ รวมทั้งความรู้ทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของความเป็นไทย

     วิธีศึกษาหาความรู้
      วิธีศึกษาหาความรู้ขั้นพื้นฐานมี 4 วิธี คือ การอ่าน การฟัง การไต่ถาม และการจดบันทึก

      1. การอ่าน
การเป็นนักอ่านที่ดี หมายถึง ผู้อ่านที่สามารถเข้าใจเนื้อหาได้มากที่สุด โดยใช้เวลาน้อยที่สุด ซึ่งข้อแนะนำสำหรับการเป็นนักอ่านที่ดีมี 4 ประการ คือ

1. การอ่านอย่างคร่าว ๆ (Skimming) เป็นการอ่านอย่างเร็ว ๆ โดยการดูว่ามีเนื้อหาอะไรบ้าง เป็นการอ่านที่ไม่ต้องการรายละเอียดแต่ต้องการความรู้ความเข้าใจบ้างเท่านั้น เช่น การอ่านหนังสือพิมพ์

2. การอ่านอย่างเฉพาะเจาะจง (Scanning) เป็นการอ่านเพื่อค้นหาคำตอบเฉพาะเรื่อง เช่น การค้นหาความหมายของคำในพจนานุกรม การค้นหาสถานที่ตั้งของเมือง เป็นต้น ซึ่งการอ่านในลักษณะนี้ใช้กับการค้นหาความรู้จากหนังสืออ้างอิง เช่น การอ่านหนังสืออ้างอิงประเภทสารานุกรม

3. การอ่านเพื่อศึกษารายละเอียด (Through Reading) เป็นการอ่านเพื่อให้เข้าใจ
ความหมายทั้งหมดของผู้เขียน ทั้งข้อความที่เป็นสาระสำคัญและข้อความปลีกย่อย การอ่านแบบนี้ต้องใช้สมาธิและเวลา เป็นการอ่านที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาและนักวิชาการ เช่น การอ่านหนังสือ IS 103 เพื่อเตรียมตัวสอบ

4. การอ่านอย่างวิเคราะห์ (Critical Reading) เป็นทักษะการอ่านในระดับสูงสุด ถือเป็นสุดยอดของกระบวนการอ่านเอาความ ซึ่งการอ่านแบบนี้ผู้อ่านต้องมีความรู้ในเรื่องที่จะอ่านมาก่อน เพราะเป็นการอ่านที่ต้องใช้วิจารณญาณอย่างมาก เช่น การอ่านวรรณกรรมซีไรท์ การอ่านบทวิจารณ์หนังสือ เป็นต้น

      2. การฟัง
      การฟังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเล่าเรียนอยู่เป็นประจำ ได้แก่ ฟังคำบรรยายในชั้นเรียน ฟังวิทยุเพื่อการศึกษา ฟังการสัมมนา และฟังการอภิปราย เป็นต้น

       ข้อแนะนำสำหรับการฟังคำบรรยาย มี 3 ประการ คือ
1. เตรียมตัวให้พร้อม
2. มีสมาธิในการฟัง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
3. คิดตามคำบรรยาย

     3. การไต่ถาม
      การไต่ถามเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีการเรียนที่ฉลาดเพราะได้สอบถามจากผู้รู้โดยตรง จึงช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้อย่างแจ่มแจ้ง

      4. การจดบันทึก
      การจดบันทึกควรจดเฉพาะใจความสำคัญ ใช้คำย่อตามสมควร ผู้ที่จะจดบันทึกได้ดีนั้นต้องเป็นผู้ที่มีวิธีอ่าน วิธีฟัง และวิธีซักถามที่ดีด้วย
 


WebThaiThai Exchange

Dekthai.net Banner Exchange

Member Of Thaibx.Com Thailand Banner Exchange Advertising Network




       
www.sheetram.com จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า...click ดูรายละเอียด
สั่งซื้อง่ายๆที่ละขั้นตอน

 วิธีการสั่งซื้อ
  1. เลือกสินค้าที่ต้องการ
  2. คลิ๊ก หยิบสินค้าใส่รถเข็น
  3. คลิ๊ก กลับไปชื้อสินค้าเพิ่ม
  4. ไปชำระเงิน
  5. ใส่ข้อมูลส่วนตัว
  6. ยืนยันการสั่งซื้ออีกครั้ง

 วิธีการชำระเงิน
     เลือกได้ 5 วิธี
  1. ชำระด้วยธนาณัติ
  2. ชำระด้วยธนาณัติ online
  3. โอนเงินผ่านตู้ ATM
  4. ชำระผ่านเคาเตอร์ธนาคาร
  5. ชำระด้วยบัตรเครดิต
<<แจ้งการโอนเงิน>>

 วิธีการจัดส่ง
  1. พัสดุไปรษณีย์ (2-5 วัน)

  สถานะการสั่งซื้อ
  เข้าไปส่วน ข้อมูลส่วนตัว
  จะแสดงสถานะการสั่งซื้อ

TOP 10 sheetram
>ชีทสรุปและเฉลย 

EN 101 สรุปประโยคพื้นฐาน

HI 103 สรุปอารยธรรมโลก

IS 103 สรุปการใช้ห้องสมุด

PS 103 สรุปรัฐศาสตร์ทั่วไป

PS 110 สรุปการเมืองและการปกครอง

SO 103 สรุปสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
>คู่มือเตรียมสอบ 

คู่มือสอบบรรจุ ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ก. ความรู้รอบตัว เล่ม 1 (อ.จีระ)
ครู สพฐ.ความรอบรู้
คู่มือสอบบรรจุครู วิชาการศึกษา เล่ม 3 (อ.จีระ)
วิชาการศึกษา เล่ม 3
คู่มือสอบ ภาค ข. ระดับ 3 สำนักงาน ป.ป.ช. (ส่วนที่ 2)(NV)
ภาค ข.ส่วน 2 ปปช.
คู่มือสอบ นักวิชาการพาณิชย์ 3 กรมการค้าภายใน (NK)
นักวิชาการพาณิชย์ 3
คู่มือสอบบรรจุ ครู ภาค ข. วิชาชีพครู เล่ม 4 (อ.จีระ)
วิชาชีพ ครู เล่ม 4
จ.ตรวจสอบศุลกากร 3 (อ.กฤติน)
จ.ตรวจสอบศุลกากร 3
ความรู้ความสามารถทั่วไป 3
ภาค ก.ก.พ.

>CD/CD-ROM 
VCD กวดวิชา ติวโจทย์คณิตศาสตร์ ม. 4
VCD กวดวิชา คณิตศาสตร์ ม.4 เทอม 1
VCD กวดวิชา ฟิสิกส์ ม.4 เทอม 1

VCD ติวเข้ม ฟิสิกส์ ม.4 เทอม 1
VCD กวดวิชา ชีววิทยา ม.4 เทอม 1

VCD ติวเข้ม ชีววิทยา ม.4 เทอม 1
 ปฏิทินการศึกษา
  ตารางสอบไล
  เปลี่ยนแปลงเวลาสอบ
  ตรวจผลสอบ
 ตารางบรรยาย(มร.30)
 คู่มือการศึกษา
  กระทู้การเรียน ม.ราม

 Sheetram News
• Sheetram.com ชีทรามดอทคอม
ร้านชีท ออนไลน์ สั่งซื้อครบ
400 บาท ค่าจัดส่งฟรีทั่วประเทศ ...

สั่งต่ำกว่า 400 บาท คิดค่า
ส่ง 30บาท

• Sheetram.comเป็น WebSite
ของชมรมลูกพ่อขุน
ประยุกต์







วิกิพีเดีย สารานุกรม รู้ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้

            สั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดโทร...0-2723-0950 , 08-5967-9080
           (สินค้ามีเท่าที่แสดงใน website นี้เท่านั้น วิชาอื่นนอกจากนี้ไม่ได้จัดทำ)
  ©Copy Right 2005-2008 Sheetram.com