SheetRam.com ชีทราม ชีทสรุป ข้อสอบ ม.รามคำแหง คู่มือสอบ คู่มือเตรียมสอบ งานราชการ
 
  ลงทะเบียน     แจ้งโอนเงิน    ตรวจสอบสินค้า    ข้อมูลส่วนตัว    คำถาม-ถามบ่อย     สินค้าในตระกร้า 0 ชิ้น ราค 0 บาท
หน้าแรก | วิธีการสั่งซื้อ | วิธีการชำระเงิน | วิธีการจัดส่ง | ติดต่อเรา แผนที่ร้าน  | กระดานข่าวชีทราม  | งานราชการ       


 

:: MANU
  แนะนำชมรม
  Promotion
  ตัวอย่างข้อสอบเก่า
  ตัวอย่างชีทสรุป
  นำข่าวไปติดเว็ปคุณ
  Search Engines
 ตั้งเว็ปนี้เป็นหน้าแรก
บริการจัดส่งต่างประเทศ
ติดต่อโฆษณา
สั่งซื้อจำนวนมาก/ตัวแทนจำหน่าย

:: สินค้าที่ต้องการ
ชีทสรุป ม.ราม
ชีทเฉลยข้อสอบ 
ชีทสรุปกฏหมาย
คู่มือเตรียมสอบราชการ
คู่มือสอบปริญาโท
หนังสือภาษาอังกฤษ
หนังสือกฏหมาย
 เครื่องแต่งกายนักศึกษา

:: หมวด VCD / CD
 CD/VCD  ติว ม.ราม
 CD/VCD ติวราชการ
 CD MP3 กฎหมาย
 CD ภาษาอังกฤษ
CD/VCD ติว ป.1-3
CD/VCD ติว ป.4-6
CD/VCD ติว ม.1-3
CD/VCD ติว ม.4-6
CD/VCD ติว ENT
 Clip ตัวอย่าง  VCD ติว

:: เลือกวิชาตามคณะ
คณะนิติศาสตร์
คณะบริหารธุรกิจ
คณะมนุษยศาสตร
คณะศึกษาศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์
คณะรัฐศาสตร์
คณะเศษฐศาสตร์

:: คู่มือชั้นประถม-มัธยม
เตรียมสอบ ป.1
เตรียมสอบ ป.2
เตรียมสอบ ป.3
เตรียมสอบ ป.4
เตรียมสอบ ป.5
เตรียมสอบ ป.6
เตรียมสอบ ม.1
เตรียมสอบ ม.2
เตรียมสอบ ม.3
เตรียมสอบ ม.4
เตรียมสอบ ม.5
เตรียมสอบ ม.6
 เตรียมสอบ ENT
 หนังสือสำหรับเด็ก
Advertising
Sheetram.com
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์
สำนักงานใหญ่
ตั้งอยู่หน้า ม.ราม 1
ศูนย์รวมคู่มือสอบเข้า
ทุกหน่วยงานราชการ
จดทะเบียนพาณิชย์
 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ผู้ผลิตท่านใดต้องการให้
ทางเราเป็นตัวแทนจำหน่าย
ติดต่อ
08-5967-9080
0-2723-0950

ทั้งหนังสือคู่มือเตรียมสอบ
vcd , กวดวิชาต่างๆ
ยินดีร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ
คุณชอบ web site  Sheetram ส่วนไหน ?
การออกแบบ
เนื้อหาคบถ้วน
ข้อมูล UPDATE
สินค้ามีให้เลือกมาก
     Online 256 คน
DOWNLOAD




Home
EC 111 สรุปเศรษฐศาสตร์จุลภาค 1
บทที่ 1ความรู้ทั่วไปทางเศรษฐศาสตร์
       นักเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญหลายท่านได้ให้คำนิยามของคำว่า "เศรษฐศาสตร์" ไว้หลายประการ ซึ่งสามารถสรุปนิยามจากท่านผู้รู้เหล่านั้นได้ดังนี้
      เศรษฐศาสตร์ เป็นแขนงหนึ่งของสังคมศาสตร์ ที่ศึกษาถึงการเลือกหาหนทางที่จะใช้ปัจจัยการผลิตซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด (Scarcity) เพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายนับไม่ถ้วน ตามคำนิยามของศาสตราจารย์ลีออนแนล รอบบิน

    ดังนั้นจึงพบว่าคนเรานั้นประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ 2 ประการ คือ
  1. ความต้องการมีไม่สิ้นสุด
  2. ปัจจัยการผลิตมีจำนวนจำกัด
   เมื่อสินค้าต่าง ๆ ที่เราผลิตได้มีไม่เพียงพอแก่ความต้องการ มนุษย์จึงต้องพยายามแสวงหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ ทำอย่างไรจึงจะจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ให้สามารถสนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ เพื่อให้มนุษย์มีความอยู่ดีกินดี
ตามความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์มีคำเกี่ยวข้องอยู่ 3 คำ คือ ความต้องการ สินค้าและบริการ และทรัพยากร ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้

    ความต้องการ (Wants)
ในทางเศรษฐศาสตร์หมายถึงความปรารถนาที่จะได้มาซึ่งสินค้าและบริการ ซึ่งอาจแบ่งได้ดังนี้
1. ความต้องการโดยทั่วไปไม่มีที่สิ้นสุด
2. ความต้องการเฉพาะอย่างย่อมมีที่สิ้นสุด
3. ความต้องการจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อได้รับสิ่งของมาบำบัดความต้องการมากขึ้น
4. ความต้องการบางอย่างสามารถใช้แทนกันได้
5. ความต้องการอาจกลายเป็นนิสัยของผู้บริโภค
6. ความต้องการบางอย่างมีส่วนเกี่ยวพันกัน

    สินค้าและบริการ (Goods & Services)
  คือ สิ่งที่ใช้สนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
   1. สินค้าและบริการที่ได้เปล่าหรือทรัพย์เสรี (Free Goods and Services) เช่น น้ำในแม่น้ำลำคลอง     อากาศที่เราใช้หายใจ แสงแดด เป็นต้น ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญดังนี้
1) เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้
2) เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ
3) เป็นสิ่งที่มีอยู่มากมายเกินความต้องการของมนุษย์
   2. สินค้าและบริการทางเศรษฐกิจหรือเศรษฐทรัพย์ (Economic Goods and Services) เช่น บ้าน รถยนต์ อาหาร เสื้อผ้า เป็นต้น

   ลักษณะของเศรษฐทรัพย์ มีดังนี้
1) เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้
2) เป็นสิ่งที่มีราคาหรือมีมูลค่า
3) เป็นสิ่งที่สามารถจะเข้าถือเป็นเจ้าของได้
4) เป็นสิ่งที่มีค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับความต้องการของมนุษย์
5) เป็นสิ่งที่สามารถจะนำมาซื้อขายแลกเปลี่ยนได้

      ประเภทของเศรษฐทรัพย์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
     1) สินค้าสำหรับผู้บริโภค (Consumer's Goods) เป็นสินค้าและบริการที่สามารถนำมาบำบัดความต้องการของผู้บริโภคได้โดยตรง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
(1) สินค้าถาวร (Durable Goods) คือ สินค้าที่มีอายุการใช้งานนาน เช่น บ้าน รถยนต์ ตู้เย็น เป็นต้น
(2) สินค้าเสียง่าย (Perishable Goods) คือ สินค้าที่มีอายุการใช้งานสั้นมาก หรือเน่าเสียง่าย เช่น อาหาร เสื้อผ้า เป็นต้น
      2) สินค้าสำหรับผู้ผลิต (Producer's Goods) เป็นสินค้าและบริการที่ผู้ผลิตนำไปผลิตเศรษฐทรัพย์เพื่อบำบัดความต้องการของผู้บริโภค ในทางเศรษฐศาสตร์เราเรียกสินค้าสำหรับผู้ผลิตนี้ว่า "ปัจจัยการผลิต" ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติ แรงงาน สินค้าประเภททุน และผู้ประกอบการ

    ทรัพยากร (Resources)
เป็นปัจจัยการผลิตที่แต่ละประเทศมีอยู่อย่างจำกัด เมื่อเทียบกับความต้องการของพลเมืองในประเทศนั้น ๆ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
      1. ทรัพยากรที่เป็นทรัพย์สิน ได้แก่
1) ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ที่ดิน แร่ธาตุ ป่าไม้ เป็นต้น
2) ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "สินค้าประเภททุน" เช่น เครื่องมือ เครื่องจักร เป็นต้น
      2. ทรัพยากรที่เป็นมนุษย์ คือ การที่มนุษย์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิตสินค้าและบริการ

   ความเป็นมาของวิชาเศรษฐศาสตร์
    ระหว่าง ค.ศ. ที่ 13 - 16 เป็นระยะที่การค้าทางยุโรปได้เจริญขึ้น ได้เกิดแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ขึ้น เรียกว่า "ลัทธิพาณิชย์นิยม" (Mercantilism) ซึ่งเป็นนโยบายการค้าระหว่างประเทศที่พยายามส่งสินค้าออกไปขายให้ได้มากกว่าที่จะสั่งสินค้าเข้ามา โดยอาศัยอำนาจของรัฐบาลในการหาตลาดต่างประเทศ
ฒ ความเป็นมาของวิชาเศรษฐศาสตร์ สรุปได้เป็น 3 ระยะ คือ

   - ระยะแรก เป็นแนวคิดของกลุ่มคลาสสิกที่สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ มีระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ให้เสรีภาพแก่ภาคเอกชนในการผลิตและบริโภค โดยภาครัฐบาลจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับความมั่งคั่ง (Wealth) การกินดีอยู่ดีหรือสวัสดิการ (Welfare) ของรัฐ นักเศรษฐศาสตร์ในยุคนี้ เช่น อดัม สมิธ , จอห์น สจ๊วต มิลล์ เป็นต้น
เ วิชาเศรษฐศาสตร์เริ่มเป็นศาสตร์เมื่อ อดัม สมิธ (Adam Smith) ได้เขียนหนังสือเศรษฐศาสตร์เล่มแรกชื่อ "The Wealth of Nation"

   - ระยะที่สอง เป็นแนวความคิดของกลุ่มคลาสสิกรุ่นใหม่ (Neo-Classical Economic) ที่เสนอแนะให้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 แอลเฟรด มาแชล (Alfred Marshall) ได้เขียนหนังสือ "ทฤษฎีว่าด้วยการผลิต" ซึ่งเป็นที่มาของเศรษฐศาสตร์จุลภาค

   - ระยะที่สาม จอห์น เมย์นาด เคนส์ (John Maynard Keynes) ได้เสนอวิธีแก้ปัญหาการว่างงานโดยใช้นโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ในหนังสือชื่อ "ทฤษฎีทั่วไปเกี่ยวกับการจ้างงาน ดอกเบี้ย และภาวะเงินตรา" (The General Theory of Employment, Interest and Money) และรัฐบาลสามารถใช้นโยบายการเงินและการคลังเข้าแก้ไขภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและปัญหาการว่างงาน ซึ่งจากแนวความคิดดังกล่าวทำให้เกิดลัทธิเสรีนิยมรูปแบบใหม่ คือ ระบบเสรีวิสาหกิจ และทฤษฎีว่าด้วยการมีงาน ซึ่งเป็นที่มาของเศรษฐศาสตร์มหภาค

     แขนงของวิชาเศรษฐศาสตร์
ในปัจจุบันการศึกษาทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์นิยมแยกเศรษฐศาสตร์จุลภาคและเศรษฐศาสตร์ มหภาคออกจากกัน ดังนี้

     1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Microeconomics) เป็นการศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับหน่วย ระดับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือหน่วยงานการผลิตแต่ละกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของราคา หน่วยธุรกิจ ตลอดจนการดำเนินงานของตลาดต่าง ๆ นักเศรษฐศาสตร์บางท่านจึงเรียกว่า "ทฤษฎีราคา" (The Theory of Price) หรือ "ทฤษฎีของหน่วยธุรกิจ" (The Theory of the Firm)

    2. เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomics) เป็นการศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม เช่น ศึกษาถึงผลผลิตรวมของประเทศ อัตราการจ้างงานของประเทศ การเงินและการธนาคาร การพัฒนาประเทศ การค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น

     ประโยชน์ที่ได้จากวิชาเศรษฐศาสตร์
การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์จะให้ประโยชน์แก่บุคคลทั่วไป ดังนี้
1. ในฐานะนักศึกษา ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจภาวะเศรษฐกิจ และความเป็นไปของบ้านเมืองได้แจ่มชัดขึ้น สามารถปรับปรุงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม และจะช่วยให้การดำรงชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างมีหลักเกณฑ์
2. ในฐานะผู้ผลิต ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้ผู้ผลิตเลือกปัจจัยการผลิตที่จะใช้ว่าควรเลือกใช้ชนิดไหนจึงจะทำให้เสียต้นทุนน้อยและได้กำไรสูงสุด และเลือกผลิตสินค้าที่ผู้บริโภคมีความต้องการสูง
3. ในฐานะผู้บริโภค ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้ผู้บริโภครู้จักหารายได้ รู้จักใช้จ่ายเงินให้คุ้มค่า รวมทั้งรู้จักการออมที่เกิดประโยชน์งอกเงยและเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจส่วนรวม
4. ในฐานะเจ้าของปัจจัยการผลิต ผู้ประกอบการสามารถใช้แนวคิดและทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เพื่อให้ปัจจัยการผลิตที่ตนมีอยู่นั้นมีผลตอบแทนแก่ตนเองมากที่สุด
5. ในฐานะประชากรของประเทศ ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้เข้าใจปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง รวมทั้งเข้าใจบทบาทและการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลได้มากขึ้น

     ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์
ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่สร้างขึ้นโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์มีอยู่ 2 แบบ ได้แก่

     1. วิธีอนุมาน (Deductive Method) เป็น "วิธีหาผลจากเหตุ" ซึ่งจะมีขั้นตอนอยู่ 3 ข้อ ดังนี้คือ
1) ตั้งข้อสมมติฐานขึ้น
2) สรุปนัยสำคัญของสมมติฐานที่ตั้งขึ้น เพื่อวางเป็นหลักหรือทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์
3) ทดสอบว่าหลักหรือทฤษฎีที่ตั้งขึ้นนั้นใช้ได้หรือไม่ โดยพิจารณาจากผลที่เกิดขึ้น ถ้าได้ผลส่วนใหญ่ตรงกับทฤษฎีที่ตั้งไว้     ทฤษฎีนั้นก็ถือว่าถูกต้องและใช้ประโยชน์ได้
วิธีนี้จึงถือว่าเป็นการศึกษาจากกรณีทั่วไป แล้วนำมาสรุปเป็นกรณีเฉพาะ หรือเรียกว่า "การสรุปจากความจริงหลักไปสู่ความจริงย่อย" นั่นเอง

     2. วิธีอุปมาน (Inductive Method) เป็น "วิธีหาเหตุจากผล" กล่าวคือ ก่อนที่จะสรุปว่าปรากฏการณ์ใดเป็นจริงเพื่อตั้งเป็นทฤษฎีขึ้นมานั้น จะต้องรวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริงจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอย่างมีระบบเสียก่อน แล้วจึงทำการวิเคราะห์เพื่อตั้งเป็นทฤษฎีขึ้น เรียกว่า "การสรุปจากความจริงย่อยไปสู่ความจริงหลัก" หรือเป็นการศึกษาจากกรณีย่อย แล้วนำมาสรุปเป็นกรณีทั่วไป

     วิธีการศึกษาเศรษฐศาสตร์
ในการศึกษาเศรษฐศาสตร์นั้นเราสามารถทำได้ 2 แนวทาง ดังนี้คือ

   1. เศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ (Economic Analysis หรือ Positive Economic) เป็นการศึกษาทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ซึ่งมุ่งวางหลักเกณฑ์หรือวิเคราะห์พฤติกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเชื่อว่าทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จะไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินคุณค่า แต่มุ่งที่จะอธิบายเพียงว่าสิ่งนั้นคืออะไร หรือเป็นอย่างไร มากกว่าที่จะอธิบายว่าสิ่งนั้นควรเป็นอย่างไร ซึ่งได้แก่ ทฤษฎีราคา และทฤษฎีรายได้ประชาชาติ

   2. เศรษฐศาสตร์นโยบาย (Economic Policy หรือ Normative Economic) เป็นการศึกษาเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการและวิธีการที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น ๆ โดยการประเมินว่าพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินอยู่นั้นสอดคล้องกับเป้าหมายทางสังคมที่ได้กำหนดไว้แล้วหรือไม่

     ข้อสมมติทางเศรษฐศาสตร์
ข้อสมมติของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่ใช้กันโดยทั่วไป จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ
1. ข้อสมมติเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "การมีเหตุผลในเชิงเศรษฐศาสตร์" (Economic Rationality) โดยมีข้อสมมติให้บุคคลทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างมีเหตุมีผล
2. ข้อสมมติเกี่ยวกับโครงสร้างของโลก ซึ่งได้แก่ข้อสมมติที่เกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์และชีววิทยา
3. ข้อสมมติเกี่ยวกับสถาบันทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์จะสมมติว่า ระบบเศรษฐกิจอยู่ในภาวะการเมืองที่มีเสถียรภาพ ประชาชนหาเลี้ยงชีพโดยการแลกเปลี่ยนเงินกับสินค้า ทำงานเพื่อหารายได้ไม่ใช่ต่างคนต่างหารายได้ หรือให้ได้สินค้ามาด้วยวิธีการปล้นสดมภ์

     ตัวแปรในทางเศรษฐศาสตร์
ตัวแปรในทางเศรษฐศาสตร์มีหลายประเภทดังต่อไปนี้
     1. ตัวแปรหมุนเวียนกับตัวแปรคงเหลือ
1) ตัวแปรหมุนเวียน (Flow Variable) เป็นจำนวนที่สามารถจะวัดได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ โดยจะมีมิติเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
2) ตัวแปรคงเหลือ (Stock Variable) เป็นจำนวนที่สามารถจะวัดได้ ณ จุดใดจุดหนึ่ง หรือในขณะใดขณะหนึ่ง โดยตัวแปรประเภทนี้จะต้องมีการเน้นทั้งจำนวนและจุดของเวลาให้ชัดเจน
      2. ตัวแปรอิสระกับตัวแปรตาม
1) ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) หรือตัวแปรนำ หมายถึง ตัวแปรที่เป็นตัวกำหนดตัวแปรอื่นในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์
2) ตัวแปรตาม (Dependent Variable) หมายถึง ตัวแปรที่ผันแปรไปตามตัวแปรอิสระ
    ตัวอย่างเ ช่น ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างราคาสินค้า (Price หรือ P) กับปริมาณซื้อ (Quantity หรือ Q) สรุปได้ว่า ราคาสินค้า (P) เป็นตัวแปรอิสระที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในปริมาณซื้อ ส่วนปริมาณซื้อ (Q) จะเป็นตัวแปรตาม
3. ตัวแปรภายในกับตัวแปรภายนอก
1) ตัวแปรภายใน (Endogenous Variable) หมายถึง ตัวแปรทั้งหมดที่เรานำมาอธิบายภายในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ เช่น ราคาสินค้าในตลาด เป็นต้น
เเ 2) ตัวแปรภายนอก (Exogenous Variable) หมายถึง ตัวแปรที่อยู่นอกทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ แต่มีผลกระทบถึงค่าตัวแปรในทฤษฎี เช่น สงคราม การปฏิวัติ เป็นต้น

                                                                                         

                                                                                


WebThaiThai Exchange

Member Of Thaibx.Com Thailand Banner Exchange Advertising Network




       
www.sheetram.com จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า...click ดูรายละเอียด
สั่งซื้อง่ายๆที่ละขั้นตอน

 วิธีการสั่งซื้อ
  1. เลือกสินค้าที่ต้องการ
  2. คลิ๊ก หยิบสินค้าใส่รถเข็น
  3. คลิ๊ก กลับไปชื้อสินค้าเพิ่ม
  4. ไปชำระเงิน
  5. ใส่ข้อมูลส่วนตัว
  6. ยืนยันการสั่งซื้ออีกครั้ง

 วิธีการชำระเงิน
     เลือกได้ 5 วิธี
  1. ชำระด้วยธนาณัติ
  2. ชำระด้วยธนาณัติ online
  3. โอนเงินผ่านตู้ ATM
  4. ชำระผ่านเคาเตอร์ธนาคาร
  5. ชำระด้วยบัตรเครดิต
<<แจ้งการโอนเงิน>>

 วิธีการจัดส่ง
  1. พัสดุไปรษณีย์ (2-5 วัน)

  สถานะการสั่งซื้อ
  เข้าไปส่วน ข้อมูลส่วนตัว
  จะแสดงสถานะการสั่งซื้อ

TOP 10 sheetram
>ชีทสรุปและเฉลย 

EN 101 สรุปประโยคพื้นฐาน

HI 103 สรุปอารยธรรมโลก

IS 103 สรุปการใช้ห้องสมุด

PS 103 สรุปรัฐศาสตร์ทั่วไป

PS 110 สรุปการเมืองและการปกครอง

SO 103 สรุปสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
>คู่มือเตรียมสอบ 

คู่มือสอบบรรจุ ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ก. ความรู้รอบตัว เล่ม 1 (อ.จีระ)
ครู สพฐ.ความรอบรู้
คู่มือสอบบรรจุครู วิชาการศึกษา เล่ม 3 (อ.จีระ)
วิชาการศึกษา เล่ม 3
คู่มือสอบ ภาค ข. ระดับ 3 สำนักงาน ป.ป.ช. (ส่วนที่ 2)(NV)
ภาค ข.ส่วน 2 ปปช.
คู่มือสอบ นักวิชาการพาณิชย์ 3 กรมการค้าภายใน (NK)
นักวิชาการพาณิชย์ 3
คู่มือสอบบรรจุ ครู ภาค ข. วิชาชีพครู เล่ม 4 (อ.จีระ)
วิชาชีพ ครู เล่ม 4
จ.ตรวจสอบศุลกากร 3 (อ.กฤติน)
จ.ตรวจสอบศุลกากร 3
ความรู้ความสามารถทั่วไป 3
ภาค ก.ก.พ.

>CD/CD-ROM 
VCD กวดวิชา ติวโจทย์คณิตศาสตร์ ม. 4
VCD กวดวิชา คณิตศาสตร์ ม.4 เทอม 1
VCD กวดวิชา ฟิสิกส์ ม.4 เทอม 1

VCD ติวเข้ม ฟิสิกส์ ม.4 เทอม 1
VCD กวดวิชา ชีววิทยา ม.4 เทอม 1

VCD ติวเข้ม ชีววิทยา ม.4 เทอม 1
 ปฏิทินการศึกษา
  ตารางสอบไล
  เปลี่ยนแปลงเวลาสอบ
  ตรวจผลสอบ
 ตารางบรรยาย(มร.30)
 คู่มือการศึกษา
  กระทู้การเรียน ม.ราม

 Sheetram News
• Sheetram.com ชีทรามดอทคอม
ร้านชีท ออนไลน์ สั่งซื้อครบ
400 บาท ค่าจัดส่งฟรีทั่วประเทศ ...

สั่งต่ำกว่า 400 บาท คิดค่า
ส่ง 30บาท

• Sheetram.comเป็น WebSite
ของชมรมลูกพ่อขุน
ประยุกต์







วิกิพีเดีย สารานุกรม รู้ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้

            สั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดโทร...0-2723-0950 , 08-5967-9080
           (สินค้ามีเท่าที่แสดงใน website นี้เท่านั้น วิชาอื่นนอกจากนี้ไม่ได้จัดทำ)
  ©Copy Right 2005-2008 Sheetram.com