SheetRam.com ชีทราม ชีทสรุป ข้อสอบ ม.รามคำแหง คู่มือสอบ คู่มือเตรียมสอบ งานราชการ
 
  ลงทะเบียน     แจ้งโอนเงิน    ตรวจสอบสินค้า    ข้อมูลส่วนตัว    คำถาม-ถามบ่อย     สินค้าในตระกร้า 0 ชิ้น ราค 0 บาท
หน้าแรก | วิธีการสั่งซื้อ | วิธีการชำระเงิน | วิธีการจัดส่ง | ติดต่อเรา แผนที่ร้าน  | กระดานข่าวชีทราม  | งานราชการ       


 

:: MANU
  แนะนำชมรม
  Promotion
  ตัวอย่างข้อสอบเก่า
  ตัวอย่างชีทสรุป
  นำข่าวไปติดเว็ปคุณ
  Search Engines
 ตั้งเว็ปนี้เป็นหน้าแรก
บริการจัดส่งต่างประเทศ
ติดต่อโฆษณา
สั่งซื้อจำนวนมาก/ตัวแทนจำหน่าย

:: สินค้าที่ต้องการ
ชีทสรุป ม.ราม
ชีทเฉลยข้อสอบ 
ชีทสรุปกฏหมาย
คู่มือเตรียมสอบราชการ
คู่มือสอบปริญาโท
หนังสือภาษาอังกฤษ
หนังสือกฏหมาย
 เครื่องแต่งกายนักศึกษา

:: หมวด VCD / CD
 CD/VCD  ติว ม.ราม
 CD/VCD ติวราชการ
 CD MP3 กฎหมาย
 CD ภาษาอังกฤษ
CD/VCD ติว ป.1-3
CD/VCD ติว ป.4-6
CD/VCD ติว ม.1-3
CD/VCD ติว ม.4-6
CD/VCD ติว ENT
 Clip ตัวอย่าง  VCD ติว

:: เลือกวิชาตามคณะ
คณะนิติศาสตร์
คณะบริหารธุรกิจ
คณะมนุษยศาสตร
คณะศึกษาศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์
คณะรัฐศาสตร์
คณะเศษฐศาสตร์

:: คู่มือชั้นประถม-มัธยม
เตรียมสอบ ป.1
เตรียมสอบ ป.2
เตรียมสอบ ป.3
เตรียมสอบ ป.4
เตรียมสอบ ป.5
เตรียมสอบ ป.6
เตรียมสอบ ม.1
เตรียมสอบ ม.2
เตรียมสอบ ม.3
เตรียมสอบ ม.4
เตรียมสอบ ม.5
เตรียมสอบ ม.6
 เตรียมสอบ ENT
 หนังสือสำหรับเด็ก
Advertising
Sheetram.com
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์
สำนักงานใหญ่
ตั้งอยู่หน้า ม.ราม 1
ศูนย์รวมคู่มือสอบเข้า
ทุกหน่วยงานราชการ
จดทะเบียนพาณิชย์
 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ผู้ผลิตท่านใดต้องการให้
ทางเราเป็นตัวแทนจำหน่าย
ติดต่อ
08-5967-9080
0-2723-0950

ทั้งหนังสือคู่มือเตรียมสอบ
vcd , กวดวิชาต่างๆ
ยินดีร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ
คุณชอบ web site  Sheetram ส่วนไหน ?
การออกแบบ
เนื้อหาคบถ้วน
ข้อมูล UPDATE
สินค้ามีให้เลือกมาก
     Online 219 คน
DOWNLOAD




Home
CT 105 สรุปวิทยาการเบื้องต้น
บทที่ 1การปฏิวัติคอมพิวเตอร์

    + การปฏิวัติคอมพิวเตอร์ (Computer Revolution)
เป็นการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20 คือ คอมพิวเตอร์ช่วยเพิ่มความสามารถอย่างมากในด้านการวิเคราะห์ การคำนวณ การสื่อสาร การพัฒนาด้านคอมพิวเตอร์อาจถูกเรียกเป็นการปฏิวัติสารสนเทศ การปฏิวัติอิเล็กทรอนิกส์ หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 ดังนั้นคำว่า การปฏิวัติคอมพิวเตอร์ จึงสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงจากการใช้และพึ่งพาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน
   + คอมพิวเตอร์คืออะไร
คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรับข้อมูล เก็บข้อมูลไว้ภายใน และสามารถปฏิบัติการกับชุดคำสั่งได้โดยอัตโนมัติ ทำการคำนวณทางคณิตศาสตร์ และในเชิงตรรกะ ดำเนินการรับข้อมูลและรายงานผล
 คอมพิวเตอร์ที่ใช้มีหลายรูปแบบ เช่น
- คอมพิวเตอร์ที่เป็นดิจิตอลกับอนาล็อก
- คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่วไป และคอมพิวเตอร์ที่ใช้กับงานเฉพาะ
- คอมพิวเตอร์ขนาดต่าง ๆ ได้แก่ ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer), มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer), เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe computer), ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer)
+ คอมพิวเตอร์และการประมวล
คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการสร้างสารสนเทศสำหรับผู้ใช้ การประมวลผลสารสนเทศเป็นระบบที่ประกอบด้วย ส่วนนำเข้า การประมวลผล ส่วนนำออก หน่วยเก็บและหน้าที่ควบคุม ระบบจะเปลี่ยนทรัพยากรข้อมูลไปเป็นสารสนเทศ โดยใช้ทรัพยากรอื่นร่วม ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และคน
   ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
ฮาร์ดแวร์ คือ อุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ รวมไปถึงสื่อข้อมูลซึ่งหมายถึง อุปกรณ์ที่บันทึก
ข้อมูลลงไปได้จัดเป็นฮาร์ดแวร์ ส่วนของฮาร์ดแวร์ ได้แก่
1. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit, CPU) ของระบบคอมพิวเตอร์
2. เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง (Computer Terminals) ซึ่งใช้แป้นพิมพ์ (Keyboard) ในการนำเข้าข้อมูล และใช้จอภาพ หรือเครื่องพิมพ์สำหรับการแสดงผลสารสนเทศ
3. สื่อต่าง ๆ เช่น จานแม่เหล็ก (Magnetic Disk Media) ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลนับจำนวนล้าน ๆ หน่วย ในรูปของจุดแม่เหล็กบนแผ่นโลหะ หรือจานพลาสติกกลม
   ซอฟต์แวร์ (Software)
ซอฟต์แวร์ หมายถึง ชุดคำสั่งปฏิบัติการซึ่งสั่งการและควบคุมการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ครอบคลุมถึงชุดคำสั่งปฏิบัติการทุกชนิดซึ่งสั่งการและควบคุมฮาร์ดแวร์ เกี่ยวกับสมรรถนะของการประมวลผลสารสนเทศที่ฮาร์ดแวร์ได้รับมอบหมาย ซอฟต์แวร์นี้รวมถึง
1. ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เช่น โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Operating System Program) ซึ่งควบคุมและสนับสนุนการปฏิบัติการของระบบคอมพิวเตอร์
2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) ได้แก่ โปรแกรมที่สั่งการ การประมวลผล สำหรับการใช้งานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมระบบสินค้าคงคลัง ฯลฯ
3. กระบวนคำสั่ง (Procedure) เป็นคำสั่งปฏิบัติการ
๒ ทรัพยากรบุคคล เป็นบุคคลที่ปฏิบัติงานในระบบประมวลผลสารสนเทศ ได้แก่
1. ผู้ชำนาญการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น นักวิเคราะห์ระบบ นักเขียนโปรแกรม ผู้ควบคุมคอมพิวเตอร์ ผู้บริหาร ช่างเทคนิคและพนักงาน
2. ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือผู้ใช้ขั้นปลาย (End User) หมายถึง บุคคลที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือสารสนเทศที่ได้จากระบบคอมพิวเตอร์
+ การพัฒนาคอมพิวเตอร์
   กำเนิดเครื่องคำนวณ
ความก้าวหน้าที่สำคัญในระยะแรก คือ อุปกรณ์การคำนวณด้วยมือและการใช้เครื่องเพื่อปฏิบัติการคำนวณทางคณิตศาสตร์ อุปกรณ์การคำนวณรุ่นแรกสุดที่ใช้มือ คือ ลูกคิด
ในศตวรรษที่ 17 ชาวฝรั่งเศสชื่อ Blaise Pascal กับชาวเยอรมันชื่อ Gottfried Von Leibnitz ได้พัฒนาเครื่องบวกและเครื่องคำนวณเพื่อใช้ดำเนินการคำนวณทางคณิตศาสตร์ (ภาษาโปรแกรมปาสคาล ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Blaise Pascal)
๒ เครื่องบัตรเจาะรูกลกึ่งไฟฟ้า
ชาวฝรั่งเศสชื่อ Joseph Jacquard ได้พัฒนาบัตรเจาะรูเพื่อควบคุมเครื่องทอผ้าอัตโนมัติ ในระหว่างศตวรรษที่ 18 ส่วนการใช้บัตรเจาะรูในการประมวลผลข้อมูลนั้น เริ่มใช้ในงานของ Dr. Herman Hollerith ของนักสถิติในระหว่างศตวรรษที่ 1880 ใช้พัฒนาวิธีการที่จะประมวลผลข้อมูลสำมะโนประชากร ต่อมา Dr. Hollerith และ James Powers ลาออกจากสำนักสำมะโนประชากร และเริ่มเปิดบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในการผลิตเครื่องจักรดังกล่าว บริษัท International Business Machines Corporation (IBM) เป็นบริษัทที่ดำเนินงานของ Dr. Hollerith ในขณะที่แผนก UNIVAC ของบริษัท Sperry Corporation ดำเนินการต่อจากบริษัท Powers Accounting Machine Company ซึ่งก่อตั้งโดย James Powers

   ผู้บุกเบิกคอมพิวเตอร์
- Charles Babbage นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ เป็นบุคคลแรกที่นำเสนอความคิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ในปี 1833 Babbage ได้ออกแบบและสร้างบางส่วนของเครื่องคำนวณที่ใช้แรงดันไอน้ำเรียก Different Engine เขาได้ร่างรายละเอียดแผนพัฒนาเครื่อง ชื่อ Analytical Engine เป็นเครื่องคำนวณที่ใช้แรงดันของไอน้ำ Babbage ยังเป็นคนแรกที่ได้ออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ดิจิตอลซึ่งเก็บชุดคำสั่งไว้ภายใน
แนวความคิดของ Babbage หลาย ๆ แบบ ได้บันทึกและวิเคราะห์โดย Augusta Ada Byron Ada ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์คนแรกของโลก จึงได้มีการตั้งชื่อภาษาเขียนโปรแกรม Ada
- ในปี 1925 Vannevar Bush แห่ง Massachusetts Institute of Technology (MIT) ได้สร้างคอมพิวเตอร์เชิงอนุมานกึ่งกลไกกึ่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้น
- ในปี 1941 Konrad Zuse ชาวเยอรมัน ได้สร้างดิจิตอลคอมพิวเตอร์กึ่งกลไกกึ่งไฟฟ้า เรียกว่า Z3 ซึ่งใช้สวิตซ์ไฟฟ้า (รีเลย์) ในการคำนวณ
- ในปี 1942 John Atanasoff แห่ง Iowa State University ได้สร้างอิเล็กทรอนิกส์ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำงานโดยใช้หลอดสุญญากาศในการปฏิบัติการคำนวณแทนการใช้รีเลย์ไฟฟ้า โดยตั้งชื่อเครื่องนี้ว่า (Atanasoff-Berry Computer)
- ในปี 1944 ด้วยการสนับสนุนของบริษัท IBM Harvard Aiken แห่ง Harvard University ได้พัฒนาเครื่องดิจิตอลคอมพิวเตอร์กึ่งกลไกกึ่งไฟฟ้าขนาดใหญ่เครื่องแรกชื่อว่า Aiken's Automatic Sequence Controlled Calculator หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเครื่อง MARK I
- ในปี 1946 John Mauchy และ J.P. Eckert แห่ง University of Pennsylvania ได้พัฒนาเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ ซึ่งปฏิบัติงานได้เป็นเครื่องแรก มีชื่อว่า ENIAC (Electronic Numerical Integrator and Calculator) ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า 30 ตัน และใช้หลอดสุญญากาศมากกว่า 18,000 หลอด ซึ่งกองทัพอเมริกาได้ใช้เครื่อง ENIAC ในการคำนวณวิถีกระสุนปืนใหญ่ โดยใช้เวลาเพียง 15 วินาที
- ในปี 1949 M.K. Wikes แห่ง Cambridge University ประเทศอังกฤษ ได้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเก็บโปรแกรมได้เป็นเครื่องแรก ชื่อเครื่อง EDSAC (Electronic Delayed Storage Automatic Computer) เครื่อง EDSAC และ EDVAC (Electronic Discrete Variable Automatic Computer) ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเก็บโปรแกรมได้เป็นเครื่องแรกของอเมริกา ที่สำเร็จสมบูรณ์ในปี 1952 นั้น ทั้งสองใช้แนวความคิดของ Dr. John Von Neumann เขาได้เสนอแนวความคิดในการเก็บชุดคำสั่งปฏิบัติการหรือโปรแกรม (Stored-program Concept) ไว้ในหน่วยเก็บภายในความเร็วสูง หรือหน่วยความจำภายใน ทั้งข้อมูลและคำสั่งจะแสดงอยู่ภายในรูปของเลขฐาน 2 แทนระบบฐาน 10 แนวความคิดในการออกแบบเหล่านี้ เป็นพื้นฐานส่วนใหญ่ของการออกแบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

   คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1
UNIVAC I (Universal Automatic Computer) เป็นคอมพิวเตอร์เอนกประสงค์แบบอิเล็กทรอนิกส์ดิจิตอลที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเครื่อง UNIVAC I คือ การใช้เทปแม่เหล็กเป็นสื่อข้อมูลเข้าและสื่อข้อมูลออก พัฒนาการที่สำคัญในยุคนี้ได้แก่ ใช้หน่วยความจำเป็นดรัมแม่เหล็ก (Magnetic Drum) เช่น IBM 650 เครื่องคอมพิวเตอร์ชุดนี้มีขนาดใหญ่ และปล่อยความร้อนออกมามาก เนื่องจากใช้หลอด-สุญญากาศ ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก ต้องอยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำ และใช้พื้นที่มาก
   คอมพิวเตอร์ยุคที่ 2
เริ่มขึ้นในปี 1959 จะมีการใช้อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) และทรานซิสเตอร์ (Transistor) เข้ามาแทนที่หลอดสุญญากาศ ข้อดีของวงจรทรานซิสเตอร์ คือ มีขนาดเล็กกว่าปล่อยความร้อนออกมาน้อย ราคาถูกกว่าและใช้พลังงานต่ำกว่าหลอดสุญญากาศ
พัฒนาการที่สำคัญในยุคนี้ได้แก่ การใช้วงแหวนแม่เหล็ก (Magnetic Core) เป็นสื่อเก็บข้อมูลหลักภายใน เริ่มมีการใช้ชุดจานแม่เหล็กที่เคลื่อนย้ายได้ และใช้เทปแม่เหล็ก (Magnetic Tape) เป็นสื่อนำเข้าและนำออกข้อมูล รวมทั้งเป็นสื่อเก็บข้อมูลสำรองสำหรับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
   คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3
เริ่มขึ้นในปี 1964 มีการสร้างคอมพิวเตอร์ IBM รุ่น System 1360 มีการใช้วงจรรวมหรือวงจรเบ็ดเสร็จ (Integrated Circuit) ซึ่งเป็นวงจรไฟฟ้าอยู่ในแผงซิลิคอนขนาดเล็ก เรียกว่า ชิป (Chip) เข้ามาแทนที่วงจรทรานซิสเตอร์ วงจรไฟฟ้านี้มีขนาดเล็กกว่าและมีความน่าเชื่อถือมากกว่าวงจรทรานซิสเตอร์
พัฒนาการที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่ ความเร็ว ขนาดหน่วยความจำ ชนิดของสื่อ ใช้จานบันทึก
แม่เหล็ก (Magnetic Disk) อย่างแพร่หลาย และแนวคิดเรื่องการแบ่งกันใช้เวลา (Time Sharing), การสื่อสารข้อมูล, ระบบปฏิบัติการ, ภาษาคำสั่งระดับสูง และมินิคอมพิวเตอร์
   คอมพิวเตอร์ยุคที่ 4
มีการใช้วงจรรวมกึ่งตัวนำความจุสูง (Large-Scale Integration (LSI) Semiconductor Circuit) สำหรับวงจรในส่วนตรรกะและส่วนความจำของคอมพิวเตอร์ นับเป็นพัฒนาการหลักในด้านเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ยุคนี้ แนวโน้มในการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้คือ
1. ลดต้นทุน ขนาด และความต้องการพลังงาน (Microminiaturization)
2. การใช้อุปกรณ์นำเข้า/นำออกโดยตรง (Direct input/output)
3. พัฒนาการด้านโปรแกรม คือ ความง่ายต่อการใช้งานและการใช้ภาษาซึ่งปรับให้ใกล้เคียงภาษาพูด
4. เทคโนโลยี LSI นำไปสู่การพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor)

+ การปฏิวัติไมโครคอมพิวเตอร์
การพัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ในชิป ไม่เป็นเพียงแต่การพัฒนาหลักของคอมพิวเตอร์ยุคที่ 4 เท่านั้น แต่เป็นการฝ่าฟันอุปสรรคทางด้านเทคโนโลยีซึ่งเปรียบเสมือนการเริ่มปฏิวัติคอมพิวเตอร์ครั้งที่ 2 ดังนั้นการปฏิวัติสู่ไมโครคอมพิวเตอร์เป็นการฝ่าฟันอุปสรรคด้านเทคโนโลยีซึ่งเป็นการนำพลังคอมพิวเตอร์ไปสู่ผู้ใช้ และตัวผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์
   การปฏิวัติครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 ด้าน
1. เทคโนโลยีไมโครคอมพิวเตอร์
2. การประมวลผลแบบกระจาย (Distributed Processing)
3. การใช้คอมพิวเตอร์เฉพาะบุคคล (Personal Computing)
4. ผลิตภัณฑ์ที่มีสมรรถนะสูง (Smart Product)
   คอมพิวเตอร์ยุคที่ 5
   จะเป็นยุคของคอมพิวเตอร์แบบอัจฉริยะ ซึ่งเป็นแนวความคิดในการพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้มีความสามารถในการเห็น ฟัง พูด และคิดได้ คอมพิวเตอร์ในยุคนี้จึงเร่งพัฒนาให้มีสถาปัตยกรรมของการประมวลผลแบบขนาน ซึ่งต่างจากการออกแบบคอมพิวเตอร์ของ Von Neumann โดยคอมพิวเตอร์ยุคนี้จะเป็นการประมวลผลข้อมูลและคำสั่งในรูปแบบควบขนาน (ประมวลผลหลาย ๆ งานในเวลาเดียวกัน แทนที่จะประมวลผลแบบทีละลำดับ) คอมพิวเตอร์อัจฉริยะหรือนิยมเรียกกันว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) เป็นการสร้างสรรค์คอมพิวเตอร์ที่สามารถคิดเองได้
   รวมทั้งคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ยังเร่งพัฒนาแนวโน้มในการนำเข้า/นำออกข้อมูล และคำสั่งแบบโดยตรง เช่น การนำเข้าข้อมูลด้วยเสียงและภาพ รวมถึงการแสดงผลในรูปข้อมูลนำออกในรูปของเสียงและภาพ การใช้เทคโนโลยีวงจรความจุสูงมาก (Very Large Scale Integration, VLSI) ซึ่งเป็นการนำเอาส่วนประกอบวงจรจำนวนเป็นแสนถึงล้านวงจรบรรจุในชิปขนาดเล็ก ทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง แต่มีความสามารถเทียบเท่าคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ การพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ เน้นถึงความง่ายในการใช้งาน และมีความคล่องตัว สามารถใช้ได้หลายลักษณะงาน ผู้ใช้สามารถสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยภาษาธรรมชาติ ซึ่งผู้ใช้ที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิค สามารถจะใช้งานซอฟต์แวร์นี้ได้โดยตรง
   นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) และการที่ผู้บริหารใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information Systems), ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support Systems) และระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert Systems) บนพื้นฐานของระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อช่วยให้การดำเนินการทางธุรกิจมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ตลอดจนการใช้คอมพิวเตอร์ในสังคมก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย






       
www.sheetram.com จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า...click ดูรายละเอียด
สั่งซื้อง่ายๆที่ละขั้นตอน

 วิธีการสั่งซื้อ
  1. เลือกสินค้าที่ต้องการ
  2. คลิ๊ก หยิบสินค้าใส่รถเข็น
  3. คลิ๊ก กลับไปชื้อสินค้าเพิ่ม
  4. ไปชำระเงิน
  5. ใส่ข้อมูลส่วนตัว
  6. ยืนยันการสั่งซื้ออีกครั้ง

 วิธีการชำระเงิน
     เลือกได้ 5 วิธี
  1. ชำระด้วยธนาณัติ
  2. ชำระด้วยธนาณัติ online
  3. โอนเงินผ่านตู้ ATM
  4. ชำระผ่านเคาเตอร์ธนาคาร
  5. ชำระด้วยบัตรเครดิต
<<แจ้งการโอนเงิน>>

 วิธีการจัดส่ง
  1. พัสดุไปรษณีย์ (2-5 วัน)

  สถานะการสั่งซื้อ
  เข้าไปส่วน ข้อมูลส่วนตัว
  จะแสดงสถานะการสั่งซื้อ

TOP 10 sheetram
>ชีทสรุปและเฉลย 

EN 101 สรุปประโยคพื้นฐาน

HI 103 สรุปอารยธรรมโลก

IS 103 สรุปการใช้ห้องสมุด

PS 103 สรุปรัฐศาสตร์ทั่วไป

PS 110 สรุปการเมืองและการปกครอง

SO 103 สรุปสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
>คู่มือเตรียมสอบ 

คู่มือสอบบรรจุ ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ก. ความรู้รอบตัว เล่ม 1 (อ.จีระ)
ครู สพฐ.ความรอบรู้
คู่มือสอบบรรจุครู วิชาการศึกษา เล่ม 3 (อ.จีระ)
วิชาการศึกษา เล่ม 3
คู่มือสอบ ภาค ข. ระดับ 3 สำนักงาน ป.ป.ช. (ส่วนที่ 2)(NV)
ภาค ข.ส่วน 2 ปปช.
คู่มือสอบ นักวิชาการพาณิชย์ 3 กรมการค้าภายใน (NK)
นักวิชาการพาณิชย์ 3
คู่มือสอบบรรจุ ครู ภาค ข. วิชาชีพครู เล่ม 4 (อ.จีระ)
วิชาชีพ ครู เล่ม 4
จ.ตรวจสอบศุลกากร 3 (อ.กฤติน)
จ.ตรวจสอบศุลกากร 3
ความรู้ความสามารถทั่วไป 3
ภาค ก.ก.พ.

>CD/CD-ROM 
VCD กวดวิชา ติวโจทย์คณิตศาสตร์ ม. 4
VCD กวดวิชา คณิตศาสตร์ ม.4 เทอม 1
VCD กวดวิชา ฟิสิกส์ ม.4 เทอม 1

VCD ติวเข้ม ฟิสิกส์ ม.4 เทอม 1
VCD กวดวิชา ชีววิทยา ม.4 เทอม 1

VCD ติวเข้ม ชีววิทยา ม.4 เทอม 1
 ปฏิทินการศึกษา
  ตารางสอบไล
  เปลี่ยนแปลงเวลาสอบ
  ตรวจผลสอบ
 ตารางบรรยาย(มร.30)
 คู่มือการศึกษา
  กระทู้การเรียน ม.ราม

 Sheetram News
• Sheetram.com ชีทรามดอทคอม
ร้านชีท ออนไลน์ สั่งซื้อครบ
400 บาท ค่าจัดส่งฟรีทั่วประเทศ ...

สั่งต่ำกว่า 400 บาท คิดค่า
ส่ง 30บาท

• Sheetram.comเป็น WebSite
ของชมรมลูกพ่อขุน
ประยุกต์







วิกิพีเดีย สารานุกรม รู้ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้

            สั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดโทร...0-2723-0950 , 08-5967-9080
           (สินค้ามีเท่าที่แสดงใน website นี้เท่านั้น วิชาอื่นนอกจากนี้ไม่ได้จัดทำ)
  ©Copy Right 2005-2008 Sheetram.com