|
|
Advertising |
Sheetram.com
ชมรมลูกพ่อขุนประยุกต์
สำนักงานใหญ่
ตั้งอยู่หน้า ม.ราม 1
ศูนย์รวมคู่มือสอบเข้า
ทุกหน่วยงานราชการ
จดทะเบียนพาณิชย์
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ผู้ผลิตท่านใดต้องการให้
ทางเราเป็นตัวแทนจำหน่าย
ติดต่อ
08-5967-9080
0-2723-0950
ทั้งหนังสือคู่มือเตรียมสอบ
vcd , กวดวิชาต่างๆ
ยินดีร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Online
252 คน |
|
|
|
DOWNLOAD |

 |
 |
|
Home
BI 103(ชีววิทยาเบื้องต้น) |
|
บทที่
1บทนำ (Introduction)
|
วิชาที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่จะบรรยายหรือพรรณนาถึงสิ่งต่าง
ๆ ที่มีอยู่ในโลก ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ซึ่งรวมเรียกว่า "สสาร"
(Matter)
สสาร หมายถึง สิ่งซึ่งถูกกำหนดลงไปในสถานการณ์นั้น
ๆ โดยมีคุณสมบัติดังนี้ คือ
1. มีรูปทรง / ตัวตน
2. สัมผัสจับต้องได้
3. มีน้ำหนัก
4. ต้องการพื้นที่อยู่อาศัย
สิ่งต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติไม่ครบตามคุณสมบัติดังกล่าวก็ไม่จัดว่าเป็นสสาร
ซึ่งบางอย่างจัดว่าเป็นพลังงาน ตัวอย่างเช่น ความร้อน (ไม่มีตัวตน แต่ส่งผลต่อความรู้สึกทำให้ร้อน)
แสงสว่างจับต้องไม่ได้ เป็นต้น
สสารที่ปรากฏอยู่บนโลกสามารถจำแนกออกตามความรู้สึก และประสบการณ์ในชีวิตประจำวันได้เป็น
2 พวก คือ
1. สสารที่ไม่มีชีวิต
2. สสารที่มีชีวิต
วิทยาศาสตร์ที่อธิบายพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องราวของสิ่งไม่มีชีวิต เรียกว่า
"วิทยาศาสตร์กายภาพ"
(Physical Science) เช่น ดิน ฟ้า อากาศ เมฆ แดด ความดัน น้ำ
อุณหภูมิ ความร้อน หิน ดาวตก เป็นต้น ส่วนวิทยาศาสตร์ที่มุ่งอธิบายพรรณนาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต
เรียกว่า "วิทยาศาสตร์ชีวภาพ" (Biological Science) เช่น พืช
และสัตว์
สิ่งมีชีวิตโดยศัพท์เรียกว่า "Living
Things" นอกจากนี้ยังเรียกว่า "Organisms" (หมายถึง สิ่งใดก็ตามที่มีการจัดระเบียบของระบบต่าง
ๆ ไว้ดีแล้ว) เรียกตามภาษาวิทยาศาสตร์ว่า "Biota" (มาจากคำในภาษากรีก
ที่เรียกว่า Bios แปลว่า ชีวิต (Life))
สิ่งมีชีวิตสามารถจำแนกออกตามความรู้สึกพื้นฐานอย่างง่ายได้
2 พวก คือ
1. สิ่งมีชีวิตที่สามารถเคลื่อนไหวได้ และมีการตอบโต้หรือตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ทันที
เรียกว่า "Fauna" (มาจากคำในภาษากรีกที่เรียกว่า Faunus แปลว่า
เทพเจ้าแห่งป่าหรือเจ้าป่า)
2. สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถแสดงกิริยาอาการตอบโต้ต่อสิ่งเร้าได้อย่างทันทีทันใด
แต่เมื่อถึงระยะเวลาที่เหมาะสมก็จะสามารถออกดอก ออกผล ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้
เรียกว่า "Flora" (มาจากคำในภาษากรีกที่เรียกว่า Flos แปลว่า
ดอกไม้) คือ พวกพืชต่าง ๆ
วิชาชีววิทยา เป็นสาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Science)
เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์เชิงชีวภาพที่กล่าวถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของสิ่งที่มีชีวิตว่าชีวิตคืออะไร
และมีการดำเนินบทบาทหน้าที่อย่างไร
คำว่า "ชีววิทยา" ถอดความหมายมาจากชื่อในภาษาอังกฤษว่า Biology
ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ Bios แปลว่า ชีวิต กับ Logos แปลว่า
การเรียนรู้ หรือกล่าวถึง หรือศึกษา หรือวิชา สำหรับคำว่า Logos ในภาษาลาติน
แปลว่า ความรู้ (Knowledge) เมื่อรวมศัพท์คำว่า Bios กับ Logos เข้าด้วยกันจึงได้เป็นศัพท์คำว่า
"Biology" หมายถึง การเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตหรือความรู้เกี่ยวกับชีวิต
ศัพท์คำว่า Biology นี้ เริ่มนำมาใช้ในวงการวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรกเมื่อ
ค.ศ. 1801 โดยนักวิทยาศาสตร์ 2 คน คือ Jean Baptiste de Lamarck (ค.ศ.
1744 - 1829) ซึ่งเป็นนักสัตววิทยาชาวฝรั่งเศสกับ Lodolf Christian Treviranus
(ค.ศ. 1779 - 1864) ซึ่งเป็นนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน
การศึกษาความรู้ทางชีววิทยา
แบ่งออกได้ 2 แนวทางกว้าง ๆ คือ
1. การศึกษาที่ต้องการเรียนรู้ถึงวิธีการและหลักการที่เป็นพื้นฐานทั่วไป
เช่น
- วิชาสัณฐานวิทยา (Morphology) ศึกษาถึงรูปร่างโครงสร้างของสิ่งมีชีวิต
- วิชากายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) ศึกษาถึงองค์ประกอบของโครงสร้าง
- วิชาวิทยาฮิตโต หรือมีญชวิทยา (Histology) ศึกษาถึงลักษณะของเนื้อเยื่อ
- วิชาเซลล์วิทยา (Cytology) ศึกษาถึงลักษณะของเซลล์
- วิชาอนุกรมวิธาน (Taxonomy) ศึกษาถึงการจำแนกหมวดหมู่
- วิชาสรีรวิทยา (Physiology) ศึกษาถึงการทำงานขององค์ประกอบของตัวตน
- วิชาคัภพวิทยา หรือวิทยาเอมบริโอ (Embryology) ศึกษาถึงพัฒนาการของชีวิตร่างกาย
- วิชาพันธุศาสตร์ (Genetics) ศึกษาถึงการถ่ายทอดลักษณะ
- วิชานิเวศวิทยา (Ecology) ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
หรือศึกษาถึงแหล่งที่อยู่อาศัยกับสิ่งแวดล้อม
2. การศึกษาที่มุ่งให้ทราบถึงเรื่องราวในแง่มุมต่าง
ๆ ของสิ่งมีชีวิตเฉพาะกลุ่ม เช่น
- วิชาพฤกษศาสตร์ (Botany) ศึกษาถึงเรื่องราวของพืชโดยรวม
- วิชาสัตววิทยา (Zoology) ศึกษาถึงเรื่องราวของสัตว์โดยรวม
- วิชาวิทยาแบคทีเรีย (Bacteriology) ศึกษาเฉพาะเรื่องของแบคทีเรีย
- วิชาวิทยาเห็ดรา (Mycology) ศึกษาเฉพาะเรื่องของเห็ดรา
- วิชาไบรโอโลจี (Bryology) ศึกษาเฉพาะเรื่องราวของพืชพวกมอส
- วิชากีฏวิทยา (Entomology) ศึกษาเฉพาะเรื่องของแมลง
- วิชาศังขวิทยา (Malachology) ศึกษาเฉพาะเรื่องของหอย
- วิชามีนวิทยา (Ichthyology) ศึกษาเฉพาะเรื่องของปลา
- วิชาปักษีวิทยา (Ornithology) ศึกษาเฉพาะเรื่องของนก
- วิชาปรสิตวิทยา (Parasitology) ศึกษาเฉพาะเรื่องของปรสิต
ฯลฯ
ในฐานะที่วิชาชีววิทยาเป็นสาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์ ข้อมูลและเรื่องราวต่าง
ๆ จึงเป็นปรากฏ-การณ์ที่สามารถตรวจสอบและยืนยันได้ โดยวิธีการเรียนรู้แบบวิทยาศาสตร์
(Scientific Method) และโดยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (The Process of
Science)
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
(The Process of Science)
กระบวนการ (Process)
หมายถึง การกระทำที่เป็นไปตามลำดับขั้นตอน และมีระเบียบแบบแผนที่แน่นอน
เช่น การเรียนรู้ การหุงข้าว การขับรถ ฯลฯ
หลักวิทยาศาสตร์ หรือความเป็นวิทยาศาสตร์เกิดจากการสั่งสมข้อมูลที่ได้จากการสังเกตและการทดสอบ
โดยมุ่งไปที่การค้นคว้าหาหลักฐานจากความเป็นจริงตามธรรมชาติ โดยใช้เหตุผลประกอบเป็นรากฐานอยู่เสมอ
ไม่มีความเลื่อมใสและเชื่อถือในเรื่องโชคลางชะตากรรม หรือความเชื่อส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถตรวจสอบหาหลักฐานข้อเท็จจริงได้เลย
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (The Scientific Method)
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีการที่ทำให้สามารถอธิบายหรือทำนายปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ในธรรมชาติได้
รวมทั้งยังสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย
วิธีการทางวิทยาศาสตร์
มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. การเก็บรวบรวมข้อมูล (Accumulation of Data)
2. การตั้งสมมุติฐาน (Hypothesis)
3. การสังเกต ตรวจสอบ หรือทดลอง (Observation / Investigation
/ Experiment)
4. การสรุปประมวลผล (Conclusion)
การสังเกตหรือการทดสอบเป็นดัชนีชี้วัดว่าสมมุติฐานนั้นมีความสมจริงหรือไม่
เพราะว่าข้อสรุปสมมุติฐานบางเรื่องอาจมีความสอดคล้องกับผลของการสังเกตทดสอบ
แต่ข้อสรุปของบางสมมุติฐานมีความขัดแย้งกับผลของการสังเกตทดสอบ ทำให้สมมุติฐานในลักษณะนี้ต้องถูกยกเลิกไป
หากมีการทดลองหรือสังเกตซ้ำ ๆ อีกหลายครั้ง และได้ผลสรุปออกมาในทำนองเดียวกันก็อาจนำผลสรุปนั้นมาสร้างเป็นทฤษฎี
(Theory) ต่อไปได้
ทฤษฎี (Theory) คือ ข้อมูลหลักซึ่งอ้างได้ว่าเป็นความจริงใช้กันมาเป็นเวลานาน
เกิดประโยชน์นานาประการต่อความรู้อื่น ๆ และต่อมนุษย์ เช่น การขยายตัวของของแข็งโดยความร้อน
กฎ (Law) คือ การนำทฤษฎีหรือสมมุติฐานมาพิสูจน์หรือทดสอบโดยการทดลอง
หรือโดยทางการคำนวณและอนุมานว่า เป็นจริงแน่นอนไม่เปลี่ยนแปรไปในสภาพแวดล้อมอย่างเดียวกัน
เช่น กฎของชาร์ล
สาระสำคัญของบทที่
1 ที่เคยออกสอบ
1. สิ่งมีชีวิต โดยศัพท์ เรียกว่า Living Things, Organisms และ Biota
2. วิชาที่ศึกษาถึงแหล่งที่อยู่อาศัยกับสิ่งแวดล้อม คือ วิชานิเวศวิทยา
(Ecology)
3. วิชาที่ศึกษาถึงเรื่องราวของพืชโดยรวม คือ วิชาพฤกษศาสตร์ (Botany)
4. วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เริ่มต้นจาก 1. การเก็บรวบรวมข้อมูล 2. การตั้งสมมุติฐาน
3. การสังเกต ตรวจสอบ หรือทดลอง 4. การสรุปประมวลผล
|
|
|
| |
 |
WebThaiThai Exchange
|
|
|
|